Adobe Premiere Pro โปรแกรมตัดต่อที่มืออาชีพยอมรับ

ถ้าพูดถึงการตัดต่อคนทั่วไปอาจคิดว่าไม่ใช่กระบวนการที่สำคัญอะไรเท่าไหร่ อาจจะคิดว่านักแสดง ผู้กำกับ หรือตากล้องนั้นสำคัญกว่า แต่หากขาดการตัดต่อไปแล้วผลงานชิ้นนั้น ๆ ย่อมไม่สมบูรณ์แน่ ๆ ในการผลิตภาพยนตร์หรือโฆษณาต่าง ๆ จะสมบูรณ์ไม่ได้ถ้าหากไม่ผ่านขั้นตอนการตัดต่อ

กระบวนการตัดต่อจะเริ่มทำหลังจากถ่ายทำทุกฉากทุกตอนเสร็จสิ้น เรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนท้าย ๆ ของการผลิตภาพยนตร์หรือโฆษณาก็ว่าได้ การควบคุมเวลา ฉากดีฉากเสียตรงไหนควรตัดออก ตรงไหนควรแก้ไข รวมไปถึงเทคนิคในการตัดต่อที่จะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมและการเล่าเรื่อง ที่จะเป็นสไตล์ของแต่ละบุคคล เป็นสไตล์ของชิ้นงานนั้น ๆ ด้วย หรือแม้กระทั้งแสงสีและการเปลี่ยนฉาก ย่อมต้องอาศัยการตัดต่อทั้งนั้น แน่นอนว่าการตัดต่อที่ดีต้องมาคู่กับโปรแกรมตัดต่อที่เยี่ยมยอดเช่นกัน

ถ้าพูดถึงการตัดต่อภาพยนตร์ โฆษณา หรือแม้แต่คลิปวิดีโอ นักตัดต่อมืออาชีพย่อมเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่าโปรแกรม Adobe Premiere Pro เป็นหนึ่งในโปรแกรมตัดต่อที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยความหลากหลายทางด้านเทคนิคและ Effect การลำดับภาพ การทำภาพซ้อน การเปลี่ยนฉาก แต่งสี และลีลาท่วงทำนองที่เอื้ออำนวยต่อจินตนาการของเหล่าบรรดานักตัดต่อทั้งหลายได้ดี ถ้าคุณต้องการให้ผลงานออกมาเป็นแบบไหน แนวไหน ก็สามารถสร้างสรรค์เติมแต่งได้ดั่งใจ ถึงแม้ว่าการใช้งานอาจจะซับซ้อนไปหน่อยสำหรับมือใหม่แต่ถ้าลองศึกษาและเรียนรู้หมั่นฝึกฝนจนคุ้นมือแล้วนั้นโปรแกรมนี้ถือว่าเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายเลยก็ว่าได้ การจัดแสงแต่งสีก็ดูจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับโปรแกรมนี้หรือจะเป็นการแก้ไขเสียงก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก ไม่ว่าผลงานที่ต้องการจะเป็นเพียงคลิปสั้น ๆ ไปจนถึงภาพยนตร์ยาว 2 ชั่วโมง ไม่ว่าคุณภาพของวิดีโอจะแค่ 360p 1080p หรือจะเป็น 4k ก็ไม่มีปัญหาสำหรับโปรแกรม Adobe Premiere Pro เลยแม้แต่น้อย ถ้าหากวิดีโอ ภาพยนตร์ หรือโฆษณาใดที่ผลิตโดยไม่ผ่านกระบวนการตัดต่อ แก้ไขหรือไม่แต่งเติมอะไรเลย ก็อาจจะไม่มีความตื่นเต้นเร้าใจและน่าสนใจมากสักเท่าไหร่ ถ้าคุณอยากให้ผลงานของคุณออกมาดีมีมาตรฐานมันก็คุ้มที่จะหามาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

การตัดต่อเป็นอีกหนึ่งขึ้นตอนที่สำคัญในการผลิตสื่อวิดีโอเลยก็ว่าได้ ผู้กำกับหรือผู้สร้างภาพยนตร์ โฆษณา ส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับขั้นตอนการตัดต่อมากเป็นพิเศษ เช่น ภาพยนตร์บางเรื่องใช้เวลาในการตัดต่อนานเป็นปีหรืออาจนานกว่านั้น เพราะฉะนั้นคนตัดต่อจึงเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดี และโปรแกรมตัดต่อก็เป็นสิ่งสำคัญของนักตัดต่อมืออาชีพ มันเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงานของคนตัดต่อเช่นกัน และแน่นอนว่าถ้าคุณอยากเริ่มที่จะฝึกตัดต่อโปรแกรม Adobe Premiere Pro จะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของคุณแน่นอน

วิดีโอส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ของมัลติมีเดีย

หากจะพูดถึงสื่อที่เรียกว่ามัลติมีเดียแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดแทบไม่ได้เลยของสื่อประเภทนี้ก็คือ วิดีโอ เพราะการที่จะทำให้สิ่งที่คุณต้องการจะสื่อสมบูรณ์และครบถ้วนที่สุดแล้วล่ะก็ แค่ตัวอักษรหรือรูปนิ่งคงไม่พอ เพราะฉะนั้นวิดีโอจึงเป็นตัวเลือกหลัก ๆ ของสื่อประเภทมัลติมีเดีย เพราะในวิดีโอประกอบไปด้วยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง ตัวอักษร ภาพเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่ง เสียง ซึ่งทำให้วิดีโอกลายมาเป็นสื่อมัลติมีเดียหลัก ๆ ของคนที่ต้องการจะเสพสื่อ
ปัจจุบันวิดีโอเป็นมัลติมีเดียอันดับต้น ๆ ในการเลือกมาใช้งานหรือนำเสนองาน ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง ก็ใช้ตัววิดีโอเป็นตัวโปรโมทเพื่อให้แขกในงานได้รับชม ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาทั้งทางเว็บไซต์หรือแม้กระทั่งโทรทัศน์ก็เลือกนำเอาวิดีโอมานำเสนอ แล้วยิ่งสื่อสมัยนี้ที่ทุกคนเข้าถึงง่ายอย่างเช่น Youtube ก็ใช้วิดีโอในการนำเสนอทั้งสิ้น เห็นไหมว่าวิดีโอ เป็นสิ่งแรก ๆ ของมัลติมีเดียที่ผู้สร้างและรวมไปถึงผู้เสพเลือกเป็นอย่างแรก หากต้องการจะดูสื่อหนึ่งสื่อก็ว่าได้ หากย้อนไปสมัยแต่ก่อนที่สื่อมีเพียงรูปภาพและตัวอักษรเช่นในหนังสือ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อประเภทนี้เข้าถึงแค่คนบางประเภทเท่านั้น ถ้าคุณไม่ได้เรียนหนังสือมาแน่นอนคุณอ่านไม่ออกแน่ และสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือ ถ้าหากคุณตาบอดล่ะ คุณแทบจะไม่มีทางเสพสื่อประเภทหนังสือได้ ถ้าหากไม่มีอักษรเบรลล์ เพราะฉะนั้นสื่อประเภทวิดีโอจึงสามารถเข้าถึงคนทุกประเภทได้ เพราะหากคุณตาบอดคุณก็ยังได้ยินเสียง หรือถ้าคุณหูหนวกคุณก็ยังมองเห็น และถ้าหากคุณเป็นคนปกติแล้วล่ะก็การเสพสื่อประเภทวิดีโอยิ่งเพิ่มอรรถรสในการรับชมให้คุณได้เยอะเลย
เอาล่ะเมื่อเรารู้แล้วว่าวิดีโอมีประโยชน์ขนาดนี้เราจะมาดูกันว่ามันเข้ามามีบทบาทกับวงการใดบ้าง เริ่มด้วยวงการที่ทุกคนน่าจะรู้กันดี นั่นก็คือวงการภาพยนตร์และละคร ซึ่งแน่นอนสื่อประเภทนี้ต้องเป็นภาพเคลื่อนไหวและมีแสงสีเสียงอยู่แล้ว เพราะถ้าหากภาพยนตร์เป็นภาพนิ่งแล้วมีตัวหนังสือให้อ่าน แน่นอนว่ามันคงไม่ต่างอะไรกับการอ่านหนังสือ คนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินเพื่อมาดูมันหรอกจริงไหม
ต่อมาคือวงการโฆษณาอย่างที่เกริ่นไปข้างต้นแล้ว การโฆษณาที่จะเข้าถึงผู้คนและให้คนที่ดูรู้สึกและมีอารมณ์ร่วมมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นวิดีโอ ต่อมาคือวงการข่าวซึ่งแต่ก่อนมีแค่อ่านตามหนังสือพิมพ์ที่มีภาพและตัวอักษร ซึ่งเวลาเราเสพเราก็จะแค่รับรู้แต่ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมมากนัก
และวงการสุดท้ายที่จะยกตัวอย่างในวันนี้คือโซเชียลมีเดีย ซึ่งแต่ก่อนมีแค่ข้อความและรูปภาพ แต่ต่อมาได้นำ วิดีโอ เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นจะเห็นได้จาก Facebook ที่เดี๋ยวนี้มีแยกหมวดหมู่ให้เราสามารถเลือกดูแต่วิดีโอได้ก็มี
จริง ๆ แล้วสื่อประเภทวิดีโอมีอยู่หลายวงการมาก ๆ นี่เป็นแค่ตัวอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ยกมาพอให้เห็นภาพ คุณผู้อ่านเห็นมั้ยล่ะว่ามัลติมีเดียประเภทวิดีโอนี้ ณ ปัจจุบัน กลายมาเป็นสื่อที่คนเลือกเสพเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว