ภาพยนตร์ ความบันเทิงตั้งแต่อดีต สู่สิ่งที่ไร้ขอบเขต

ภาพยนตร์เป็นศาสตร์ทางศิลปะชั้นสูงที่ต้องอาศัยฝีมือ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์เป็นอย่างมาก ภาพยนตร์ให้ทั้งความบันเทิง ข้อคิดความรู้ ประสบการณ์ใหม่ ๆ และอีกหลาย ๆ อย่างแก่ผู้ชม ปัจจุบันนี้ภาพยนตร์เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของคนเราไม่น้อย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้กำลังใจ รวมไปถึงสามารถสร้างอาชีพให้กับผู้คนอีกมากมาย และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยังมีแนวโน้มการเจริญเติบโตเป็นอย่างมากในอนาคต ในยุคเริ่มแรกการจะดูภาพยนตร์นั้นสามารถดูได้ทีละหนึ่งคนเท่านั้น โดยต้องดูผ่านรูเล็ก ๆ จากกล่องที่มีชื่อเรียกว่า Kinetoscope เป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมลักษณะคล้าย ๆ ตู้ และในภายหลังถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเรียกชื่อเครื่องว่า Cinematograph ซึ่งสามารถฉายภาพออกมาสู่จอใหญ่ได้ทำให้ดูได้ทีละพร้อมกันหลาย ๆ คนจนพัฒนามาเป็นโรงฉายภาพยนตร์อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

พบกับประสบการณ์ใหม่ของการดูหนังในโรงภาพยนตร์ 4DX และ MX4D

โรงภาพยนตร์ 4DX และ MX4D คือโรงภาพยนตร์ที่ฉายในระบบ 4 มิติ แน่นอนว่าหลายคนคงรู้จักกับระบบ 3 มิติที่เราจะต้องใส่แว่น 3 มิติแล้วไปนั่งชมภาพยนตร์มันจะเป็นภาพที่มีความตื้น ลึก หนา บาง ให้ความรู้สึกใกล้ชิดและเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ราวกับว่าเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ บางครั้งอาจเผลอคิดว่าเราสามารถจับต้องได้ แต่ภาพยนตร์ในระบบ 4 มิติเป็นอะไรที่ล้ำกว่านั้น เพราะนอกจากจะต้องใส่แว่นและรับชมผ่านระบบ 3 มิติแล้วยังเพิ่มมิติที่ 4 เข้ามาอีก ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของกลิ่น เสียง หรือการสัมผัสกับร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าในภาพยนตร์มีฉากของการดื่มเหล้าก็อาจจะมีกลิ่นเหล้า ถ้ามีฉากฝนตกก็อาจจะมีละอองน้ำพุ่งใส่ผู้ชม หรือแม้แต่ในฉากการต่อสู้เก้าอี้ที่นั่งก็อาจจะมีอะไรมากระแทกหลัง แขน ขา หรือขยับเอียงไปเอียงมาทำให้มีความรู้สึกร่วมไปกับภาพยนตร์ได้ดียิ่งขึ้น

จากกล่องสี่เหลี่ยมที่สามารถรับชมได้ทีละคน พัฒนามาสู่การรับชมที่ทำให้รู้สึกราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง ทุกวันนี้โรงภาพยนตร์ที่ฉายในระบบ 4D ยังไม่แพร่หลายมากนักในเมืองไทยเนื่องปัจจัยหลาย ๆ ด้านเช่น ปัจจัยเรื่องราคาของตั๋วเข้าชม และความนิยมชมชอบของคนไทย แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจและชื่นชอบจนยอมจ่ายแพงหน่อย เพื่อจะได้พบกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการรับชมภาพยนตร์และอยากเข้าไปสัมผัสถึงความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดให้คนอื่นเข้าใจได้นอกจากจะลองไปสัมผัสมันด้วยตัวเอง เรียกได้ว่าโรงภาพยนตร์ในระบบ 4D คือมิติใหม่ของการรับชมภาพยนตร์ และเป็นนวัตกรรมของการรับชมภาพยนตร์ที่ทันสมัยที่สุดในขณะนี้

เสียง ส่วนประกอบที่ลงตัวของมัลติมีเดีย

ถ้าพูดถึงเรื่องเสียงต้องบอกเลยว่าคือศิลปะที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติขนานแท้ เนื่องจากมันคือองค์ประกอบอย่างหนึ่งที่ทำให้ทุก ๆ สิ่งสมบูรณ์แบบ โดยที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย ถ้าหากคุณมองออกไปที่นอกหน้าต่างแล้วเห็นลำธารที่กำลังไหลอยู่ แน่นอนว่าคงทำให้คุณรู้สึกดีไม่ใช่น้อย แต่ถ้าหากคุณได้ยินเสียงน้ำที่กำลังไหลอยู่ด้วยล่ะ แน่นอนว่ามันคงจะเพิ่มความฟินให้อีกเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

ถ้าหากพูดเรื่องเสียงแล้วมีหลากหลายเสียงมากที่มาจากธรรมชาติแล้วให้ความรู้สึกไพเราะ สดชื่น สงบ และมีความความสุขทุกครั้งที่ได้ยิน เช่น เสียงคลื่นจากทะเล เสียงไม้ไผ่เสียดสีกัน เสียงนกร้อง เป็นต้น ซึ่งต่อมาเสียงเหล่านี้ก็ได้ถูกนำมาทำเป็นเครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งนำมาประกอบกับภาพนิ่งหรือวิดีโอ เพื่อทำให้สิ่งเหล่านั้นดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

เมื่อเสียงที่เราได้ยินจากธรรมชาตินั้น ในเวลาต่อมาถูกนำมาทำเป็นเครื่องดนตรี ซึ่งทำให้เกิดความเพลิดเพลินและผ่อนคลายเมื่อได้รับฟัง ทำให้เสียงมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อย ๆ เครื่องดนตรีหลากหลายชนิดก็เกิดการพัฒนามากขึ้นด้วยเช่นกัน ในอดีตเสียงเคยมีมาตั้งแต่ธรรมชาติ จนมาถึงยุคที่มนุษย์สร้างขึ้น จนต่อมาเสียงได้เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมหลาย ๆ อย่าง ตั่งแต่ยุคสมัยเครื่องเล่นแผ่นเสียงซึ่งนิยมนำมาเปิดในงานเลี้ยงต่าง ๆ ไปจนถึงเปิดฟังคนเดียวเพื่อคลายเหงา ต่อมาเสียงได้เข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นในยุคของวิทยุ ซึ่งคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักวิทยุ เพราะในยุคสมัยหนึ่งมันได้เข้ามามีบทบาทกับสังคมเป็นอย่างมาก เพราะในวิทยุมีทั้งข่าวสารบ้านเมืองต่าง ๆ มีเพลงเพราะ ๆ ให้ฟัง และในยุคหนึ่งเคยมีละครที่มีแค่เสียง แต่ก็ทำให้คนติดไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เรียกได้ว่าติดกันอย่างกับละครหลังข่าวของยุคนี้เลยก็ว่าได้

พอมาถึงยุคที่ข้อมูลข่าวสารหรือแม้กระทั่งสื่อต่าง ๆ มาในรูปแบบของมัลติมีเดีย ซึ่งคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการจะทำโฆษณาข่าวสาร ละคร รายการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในทีวีหรืออินเตอร์เน็ต การนำเสียงเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้สิ่งที่ต้องการจะสื่อเข้าถึงอารมณ์ได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดเสียงเพลงเสียงดนตรีหรือแม้กระทั่งเสียงที่มาจากธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่ทำให้สื่อที่เป็นในรูปแบบมัลติมีเดียเกิดความสมบูรณ์ทั้งนั้น หากเราคิดถึงสื่อหนึ่งสื่อที่มีความสมบูรณ์แบบสื่อเหล่านั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประกอบไปด้วย
1.รูปภาพ
2.วิดีโอ
3.ตัวอักษร
4.เสียง
และในปัจจุบันเครื่องเล่นสื่อที่อยู่ในรูปแบบของเสียงก็มีมากมาย เช่น เครื่องเล่นCD เครื่องเล่นMP3 MP4 วิทยุ เป็นต้น

เห็นหรือยังว่าเสียงมีความสำคัญขนาดไหนต่อการรับรู้ของเรา เพราะนอกจากเสียงจะช่วยเพิ่มอรรถรสของการเสพสื่อประเภทต่าง ๆ แล้วนั้น เสียงยังส่งผลต่อระบบความจำและความรู้สึกของเราอีกด้วยเพราะการที่เราอ่านอย่างเดียวบางทีมันก็เข้าไม่ถึงอารมณ์ของผู้ที่จะสื่อ จึงมีสื่อมัลติมีเดียหลายสื่อออกมาในรูปแบบของเสียง ตัวอย่างเช่นหนังสือเสียงประเภทต่าง ๆ นั่นเอง

วิดีโอส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ของมัลติมีเดีย

หากจะพูดถึงสื่อที่เรียกว่ามัลติมีเดียแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดแทบไม่ได้เลยของสื่อประเภทนี้ก็คือ วิดีโอ เพราะการที่จะทำให้สิ่งที่คุณต้องการจะสื่อสมบูรณ์และครบถ้วนที่สุดแล้วล่ะก็ แค่ตัวอักษรหรือรูปนิ่งคงไม่พอ เพราะฉะนั้นวิดีโอจึงเป็นตัวเลือกหลัก ๆ ของสื่อประเภทมัลติมีเดีย เพราะในวิดีโอประกอบไปด้วยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง ตัวอักษร ภาพเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่ง เสียง ซึ่งทำให้วิดีโอกลายมาเป็นสื่อมัลติมีเดียหลัก ๆ ของคนที่ต้องการจะเสพสื่อ
ปัจจุบันวิดีโอเป็นมัลติมีเดียอันดับต้น ๆ ในการเลือกมาใช้งานหรือนำเสนองาน ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง ก็ใช้ตัววิดีโอเป็นตัวโปรโมทเพื่อให้แขกในงานได้รับชม ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาทั้งทางเว็บไซต์หรือแม้กระทั่งโทรทัศน์ก็เลือกนำเอาวิดีโอมานำเสนอ แล้วยิ่งสื่อสมัยนี้ที่ทุกคนเข้าถึงง่ายอย่างเช่น Youtube ก็ใช้วิดีโอในการนำเสนอทั้งสิ้น เห็นไหมว่าวิดีโอ เป็นสิ่งแรก ๆ ของมัลติมีเดียที่ผู้สร้างและรวมไปถึงผู้เสพเลือกเป็นอย่างแรก หากต้องการจะดูสื่อหนึ่งสื่อก็ว่าได้ หากย้อนไปสมัยแต่ก่อนที่สื่อมีเพียงรูปภาพและตัวอักษรเช่นในหนังสือ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อประเภทนี้เข้าถึงแค่คนบางประเภทเท่านั้น ถ้าคุณไม่ได้เรียนหนังสือมาแน่นอนคุณอ่านไม่ออกแน่ และสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือ ถ้าหากคุณตาบอดล่ะ คุณแทบจะไม่มีทางเสพสื่อประเภทหนังสือได้ ถ้าหากไม่มีอักษรเบรลล์ เพราะฉะนั้นสื่อประเภทวิดีโอจึงสามารถเข้าถึงคนทุกประเภทได้ เพราะหากคุณตาบอดคุณก็ยังได้ยินเสียง หรือถ้าคุณหูหนวกคุณก็ยังมองเห็น และถ้าหากคุณเป็นคนปกติแล้วล่ะก็การเสพสื่อประเภทวิดีโอยิ่งเพิ่มอรรถรสในการรับชมให้คุณได้เยอะเลย
เอาล่ะเมื่อเรารู้แล้วว่าวิดีโอมีประโยชน์ขนาดนี้เราจะมาดูกันว่ามันเข้ามามีบทบาทกับวงการใดบ้าง เริ่มด้วยวงการที่ทุกคนน่าจะรู้กันดี นั่นก็คือวงการภาพยนตร์และละคร ซึ่งแน่นอนสื่อประเภทนี้ต้องเป็นภาพเคลื่อนไหวและมีแสงสีเสียงอยู่แล้ว เพราะถ้าหากภาพยนตร์เป็นภาพนิ่งแล้วมีตัวหนังสือให้อ่าน แน่นอนว่ามันคงไม่ต่างอะไรกับการอ่านหนังสือ คนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินเพื่อมาดูมันหรอกจริงไหม
ต่อมาคือวงการโฆษณาอย่างที่เกริ่นไปข้างต้นแล้ว การโฆษณาที่จะเข้าถึงผู้คนและให้คนที่ดูรู้สึกและมีอารมณ์ร่วมมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นวิดีโอ ต่อมาคือวงการข่าวซึ่งแต่ก่อนมีแค่อ่านตามหนังสือพิมพ์ที่มีภาพและตัวอักษร ซึ่งเวลาเราเสพเราก็จะแค่รับรู้แต่ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมมากนัก
และวงการสุดท้ายที่จะยกตัวอย่างในวันนี้คือโซเชียลมีเดีย ซึ่งแต่ก่อนมีแค่ข้อความและรูปภาพ แต่ต่อมาได้นำ วิดีโอ เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นจะเห็นได้จาก Facebook ที่เดี๋ยวนี้มีแยกหมวดหมู่ให้เราสามารถเลือกดูแต่วิดีโอได้ก็มี
จริง ๆ แล้วสื่อประเภทวิดีโอมีอยู่หลายวงการมาก ๆ นี่เป็นแค่ตัวอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ยกมาพอให้เห็นภาพ คุณผู้อ่านเห็นมั้ยล่ะว่ามัลติมีเดียประเภทวิดีโอนี้ ณ ปัจจุบัน กลายมาเป็นสื่อที่คนเลือกเสพเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว

รูปภาพส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในมัลติมีเดีย

หากวันหยุดนี้เราได้ไปพักผ่อนสมองปล่อยใจ ปล่อยกาย ไปกับทะเลหรือภูเขาก็คงดี เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงคิดอย่างนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยเรียนหรือวัยทำงานก็ล้วนแล้วแต่เจอเรื่องหนัก ๆ มาไม่แพ้กัน ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาก็คงเรียนหนักถ้าเป็นวัยทำงานก็คงทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาได้พัก พอถึงวันหยุดทั้งทีก็คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่า การได้ออกเดินทางไปเจอสิ่งใหม่ ๆ สถานที่ใหม่ ๆ ผู้คนใหม่ ๆ โดยมีแค่เป้หนึ่งใบ กล้องคล้องคอ และเงินในกระเป๋าอีกนิดหน่อย เอาล่ะถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย

เมื่อเราออกเดินทางเราก็มักจะพบเจอสิ่งต่าง ๆ ที่แปลกใหม่เสมอและแน่นอนเราทุกคนเมื่อเจอสิ่งสวย ๆ งาม ๆ เมื่อเรารับรู้มันผ่านเลนส์ตาเราแล้วก็คงหนีไม่พ้นการที่หยิบกล้องขึ้นมาแชะภาพงาม ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำดี ๆ หรือแม้แต่เอามาโพสลงโซเชียลเพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ชีวิตเก๋ ๆ ซึ่งเป็นการแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ของเรา หรือแม้แต่การนำภาพที่เราถ่ายมาเขียนเป็นบทความดี ๆ สักหนึ่งบทและนำภาพมาเป็นส่วนประกอบของบทความ ก็จะยิ่งทำให้บทความนั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธว่า รูปภาพ คือส่วนประกอบสำคัญของมัลติมีเดียเป็นอย่างมากเนื่องจากมัลติมีเดียจะมีความสมบูรณ์ได้นั้นนอกจากจะประกอบไปด้วยเนื้อหาดี ๆ ตัวอักษรสวย ๆ แล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือรูปภาพสวย ๆ สักรูปนั่นเอง

เอาล่ะเดี๋ยวเราจะมาทำความเข้าใจกันว่ารูปภาพนั้นมีความสำคัญอย่างไรกับมัลติมีเดีย คุณเองคงเคยได้ยินมาแล้วว่าหากต้องการอ่านหนังสือให้เข้าใจนอกจากจะสรุปใจความสำคัญออกมาเป็นแบบย่อแล้วสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันที่จะสามารถให้คุณจดจำได้ดีคือ การทำ mind mapping ซึ่งก็คือการนำเนื้อหาต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในรูปแบบของรูปภาพเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำมากขึ้นนั่นเอง เพราะจากการวิจัยพบว่า มนุษย์เราจะสามารถจดจำได้ดีหากมีภาพหรือสีสันเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง ทีนี้คุณคงเห็นแล้วสิว่ารูปภาพนั้นมีความสำคัญขนาดไหน คราวนี้มาที่มัลติมีเดียกันบ้าง อย่างที่บอกในข้างต้นว่าการมีรูปภาพช่วยเพิ่มความน่าสนใจเมื่อรูปภาพถูกนำมาใส่ในรูปแบบของมัลติมีเดีย จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันคือความลงตัวจริงๆ การที่มัลติมีเดียมีแค่ข้อความ ถึงแม้ว่าข้อความนั้นจะมีรูปแบบอักษรที่สวยงาม มีสีสันที่สดใส จริงอยู่ว่ามันมีความน่าสนใจ แต่จะดีกว่าไหมถ้าในมัลติมีเดียนั้นมีรูปภาพเข้ามาด้วย

รูปภาพไม่ได้เพียงแค่สำคัญกับงานประเภทมัลติมีเดียเท่านั้น แต่แทบทุกอย่างที่เป็นงานศิลปะรูปภาพล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ เพราะรูปภาพเองเป็นการสื่อสารในรูปแบบหนึ่งที่ไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ มาอธิบายแต่เราก็สามารถเข้าใจความหมายของมันได้ซึ่งเราจะเคยเห็นตามภาพวาดงานศิลป์ต่าง ๆ ซึ่งแทบไม่มีคำบรรยายเลยว่าภาพนั้นคืออะไรแต่เราก็สามารถเข้าใจความหมายของภาพนั้น ๆ ได้ พออ่านมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านก็คงจะเข้าใจถึงความสำคัญของรูปภาพแล้วไม่มากก็น้อย ถ้ายังไม่เห็นภาพว่ารูปภาพเป็นส่วนประกอบสำคัญของมัลติมีเดียยังไงคุณผู้อ่านลองมองว่ามัลติมีเดียคือกาแฟหนึ่งแก้วตัวอักษรคือตัวกาแฟส่วนรูปภาพคือครีมเทียมและน้ำตาลเห็นหรือยังว่ามันขาดกันไม่ได้จริง ๆ เว้นเสียแต่ว่าคุณผู้อ่านจะชอบกาแฟดำ

มัลติมีเดียสิ่งที่หลายคนยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ และมันเกี่ยวข้องอะไรกับเราวันนี้

หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า “มัลติมีเดีย” กันมาไม่มากก็น้อย และก็คงจะตีความหมายกันไปต่าง ๆ นานา แต่จะมีสักกี่คนที่รู้และเข้าใจมันจริง ๆ ว่ามัลติมีเดียนี้คืออะไร เกิดขึ้นมาทำไม และมีประโยชน์อย่างไร เดี๋ยววันนี้เราจะไปทำความเข้าใจกัน

มัลติมีเดีย ประกอบด้วยคำสองคำรวมกัน คือคำว่า มัลติ และคำว่า มีเดีย ซึ่งคำว่ามัลติหากแปลง่าย ๆ ก็คือหลากหลาย ส่วนคำว่า มีเดีย แปลง่าย ๆ ให้เข้าใจก็คือสื่อ โดยเมื่อนำคำสองคำนี้มารวมกันแล้วก็จะให้ความหมายประมาณว่า สื่อที่ประกอบไปด้วยหลายสิ่งมารวมกัน โดยมัลติมีเดียนี้ประกอบไปด้วยหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ตัวอักษร รูปภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้เมื่อนำมาผสมเข้าด้วยกันจะทำให้สื่อหนึ่งสื่อ มีความสมบูรณ์และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น หากย้อนไปสมัยแต่ก่อนถ้าเราต้องการเสพสื่อสักหนึ่งสื่อ เช่น หนังสือพิมพ์ เราก็จะเห็นแค่เพียงข้อความที่เป็นตัวอักษร ซึ่งในยุคต่อมาหนังสือพิมพ์ก็เริ่มมีรูปภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง ถึงแม้ในยุคเริ่มแรกจะมีแค่ภาพขาวดำและตัวอักษรที่ไม่มีสีสันอะไรเลย แต่ก็ให้อรรถรสที่เพิ่มขึ้นมามากกว่าแค่อ่านตัวอักษร ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นสื่อเริ่มมีสีสันเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้หนังสือพิมพ์ หนังสือ หรือนิตยสาร มีความน่าอ่านมากยิ่งขึ้น เพราะจากการวิจัยพบว่าสีสันที่สดใสงดงามมักจะทำให้คนมีความสนใจที่จะอ่านมากขึ้น

พออ่านกันมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านก็คงพอจะเข้าใจคร่าว ๆ แล้วว่ากว่าจะมาเป็นมัลติมีเดียมันได้ผ่านอะไรมาบ้าง คราวนี้เรามาเข้าเรื่องกันเลย เมื่อถึงยุคหนึ่งที่เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมากขึ้นทำให้ผู้คนเริ่มหันไปให้ความสนใจกับคอมพิวเตอร์มากกว่าการอ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร จึงทำให้คนที่ทำสื่อเริ่มคิดแล้วว่าในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปจะทำอย่างไรให้คนหันมาสนใจสื่อเหมือนเดิม จึงได้เริ่มมีสื่อที่เป็นออนไลน์มากขึ้นโดยสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ใช้มัลติมีเดียเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยการทำสื่อออนไลน์จะเน้นผสมหลายสิ่งหลายอย่างเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ตัวอักษรที่มีสีสันสวยงาม วิดีโอสั้น ๆ ที่นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ ภาพถ่ายหรือภาพการ์ตูนที่ดูแล้วเข้ากันกับสิ่งที่จะสื่อ เมื่อนำสิ่งเหล่านี้มาผสมกันแล้ว จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า “มัลติมีเดีย”

ซึ่งในปัจจุบันนี้ สื่อที่เป็นมัลติมีเดียได้เข้ามามีบทบาทในหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ เว็บไซต์ หรือแม้กระทั่งโซเชียลมีเดียเองก็ตาม ซึ่งทุกคนรู้จักสื่อเหล่านี้ดีเพราะสามารถพบเห็นบ่อย ๆ ในอินเตอร์เน็ต มาถึงตรงนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันนี้แทบในทุกอย่างที่เราทำในแต่ละวัน ตั้งแต่จับโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ค Facebook ในตอนเช้าไปยันดูทีวีก่อนนอนในตอนค่ำมัลติมีเดียก็ได้อยู่ในทุก ๆ ส่วนของชีวิตเราแทบทั้งสิ้น