รูปภาพส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในมัลติมีเดีย

หากวันหยุดนี้เราได้ไปพักผ่อนสมองปล่อยใจ ปล่อยกาย ไปกับทะเลหรือภูเขาก็คงดี เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงคิดอย่างนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยเรียนหรือวัยทำงานก็ล้วนแล้วแต่เจอเรื่องหนัก ๆ มาไม่แพ้กัน ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาก็คงเรียนหนักถ้าเป็นวัยทำงานก็คงทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาได้พัก พอถึงวันหยุดทั้งทีก็คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่า การได้ออกเดินทางไปเจอสิ่งใหม่ ๆ สถานที่ใหม่ ๆ ผู้คนใหม่ ๆ โดยมีแค่เป้หนึ่งใบ กล้องคล้องคอ และเงินในกระเป๋าอีกนิดหน่อย เอาล่ะถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย

เมื่อเราออกเดินทางเราก็มักจะพบเจอสิ่งต่าง ๆ ที่แปลกใหม่เสมอและแน่นอนเราทุกคนเมื่อเจอสิ่งสวย ๆ งาม ๆ เมื่อเรารับรู้มันผ่านเลนส์ตาเราแล้วก็คงหนีไม่พ้นการที่หยิบกล้องขึ้นมาแชะภาพงาม ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำดี ๆ หรือแม้แต่เอามาโพสลงโซเชียลเพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ชีวิตเก๋ ๆ ซึ่งเป็นการแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ของเรา หรือแม้แต่การนำภาพที่เราถ่ายมาเขียนเป็นบทความดี ๆ สักหนึ่งบทและนำภาพมาเป็นส่วนประกอบของบทความ ก็จะยิ่งทำให้บทความนั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธว่า รูปภาพ คือส่วนประกอบสำคัญของมัลติมีเดียเป็นอย่างมากเนื่องจากมัลติมีเดียจะมีความสมบูรณ์ได้นั้นนอกจากจะประกอบไปด้วยเนื้อหาดี ๆ ตัวอักษรสวย ๆ แล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือรูปภาพสวย ๆ สักรูปนั่นเอง

เอาล่ะเดี๋ยวเราจะมาทำความเข้าใจกันว่ารูปภาพนั้นมีความสำคัญอย่างไรกับมัลติมีเดีย คุณเองคงเคยได้ยินมาแล้วว่าหากต้องการอ่านหนังสือให้เข้าใจนอกจากจะสรุปใจความสำคัญออกมาเป็นแบบย่อแล้วสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันที่จะสามารถให้คุณจดจำได้ดีคือ การทำ mind mapping ซึ่งก็คือการนำเนื้อหาต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในรูปแบบของรูปภาพเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำมากขึ้นนั่นเอง เพราะจากการวิจัยพบว่า มนุษย์เราจะสามารถจดจำได้ดีหากมีภาพหรือสีสันเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง ทีนี้คุณคงเห็นแล้วสิว่ารูปภาพนั้นมีความสำคัญขนาดไหน คราวนี้มาที่มัลติมีเดียกันบ้าง อย่างที่บอกในข้างต้นว่าการมีรูปภาพช่วยเพิ่มความน่าสนใจเมื่อรูปภาพถูกนำมาใส่ในรูปแบบของมัลติมีเดีย จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันคือความลงตัวจริงๆ การที่มัลติมีเดียมีแค่ข้อความ ถึงแม้ว่าข้อความนั้นจะมีรูปแบบอักษรที่สวยงาม มีสีสันที่สดใส จริงอยู่ว่ามันมีความน่าสนใจ แต่จะดีกว่าไหมถ้าในมัลติมีเดียนั้นมีรูปภาพเข้ามาด้วย

รูปภาพไม่ได้เพียงแค่สำคัญกับงานประเภทมัลติมีเดียเท่านั้น แต่แทบทุกอย่างที่เป็นงานศิลปะรูปภาพล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ เพราะรูปภาพเองเป็นการสื่อสารในรูปแบบหนึ่งที่ไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ มาอธิบายแต่เราก็สามารถเข้าใจความหมายของมันได้ซึ่งเราจะเคยเห็นตามภาพวาดงานศิลป์ต่าง ๆ ซึ่งแทบไม่มีคำบรรยายเลยว่าภาพนั้นคืออะไรแต่เราก็สามารถเข้าใจความหมายของภาพนั้น ๆ ได้ พออ่านมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านก็คงจะเข้าใจถึงความสำคัญของรูปภาพแล้วไม่มากก็น้อย ถ้ายังไม่เห็นภาพว่ารูปภาพเป็นส่วนประกอบสำคัญของมัลติมีเดียยังไงคุณผู้อ่านลองมองว่ามัลติมีเดียคือกาแฟหนึ่งแก้วตัวอักษรคือตัวกาแฟส่วนรูปภาพคือครีมเทียมและน้ำตาลเห็นหรือยังว่ามันขาดกันไม่ได้จริง ๆ เว้นเสียแต่ว่าคุณผู้อ่านจะชอบกาแฟดำ

มัลติมีเดียสิ่งที่หลายคนยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ และมันเกี่ยวข้องอะไรกับเราวันนี้

หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า “มัลติมีเดีย” กันมาไม่มากก็น้อย และก็คงจะตีความหมายกันไปต่าง ๆ นานา แต่จะมีสักกี่คนที่รู้และเข้าใจมันจริง ๆ ว่ามัลติมีเดียนี้คืออะไร เกิดขึ้นมาทำไม และมีประโยชน์อย่างไร เดี๋ยววันนี้เราจะไปทำความเข้าใจกัน

มัลติมีเดีย ประกอบด้วยคำสองคำรวมกัน คือคำว่า มัลติ และคำว่า มีเดีย ซึ่งคำว่ามัลติหากแปลง่าย ๆ ก็คือหลากหลาย ส่วนคำว่า มีเดีย แปลง่าย ๆ ให้เข้าใจก็คือสื่อ โดยเมื่อนำคำสองคำนี้มารวมกันแล้วก็จะให้ความหมายประมาณว่า สื่อที่ประกอบไปด้วยหลายสิ่งมารวมกัน โดยมัลติมีเดียนี้ประกอบไปด้วยหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ตัวอักษร รูปภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้เมื่อนำมาผสมเข้าด้วยกันจะทำให้สื่อหนึ่งสื่อ มีความสมบูรณ์และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น หากย้อนไปสมัยแต่ก่อนถ้าเราต้องการเสพสื่อสักหนึ่งสื่อ เช่น หนังสือพิมพ์ เราก็จะเห็นแค่เพียงข้อความที่เป็นตัวอักษร ซึ่งในยุคต่อมาหนังสือพิมพ์ก็เริ่มมีรูปภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง ถึงแม้ในยุคเริ่มแรกจะมีแค่ภาพขาวดำและตัวอักษรที่ไม่มีสีสันอะไรเลย แต่ก็ให้อรรถรสที่เพิ่มขึ้นมามากกว่าแค่อ่านตัวอักษร ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นสื่อเริ่มมีสีสันเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้หนังสือพิมพ์ หนังสือ หรือนิตยสาร มีความน่าอ่านมากยิ่งขึ้น เพราะจากการวิจัยพบว่าสีสันที่สดใสงดงามมักจะทำให้คนมีความสนใจที่จะอ่านมากขึ้น

พออ่านกันมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านก็คงพอจะเข้าใจคร่าว ๆ แล้วว่ากว่าจะมาเป็นมัลติมีเดียมันได้ผ่านอะไรมาบ้าง คราวนี้เรามาเข้าเรื่องกันเลย เมื่อถึงยุคหนึ่งที่เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมากขึ้นทำให้ผู้คนเริ่มหันไปให้ความสนใจกับคอมพิวเตอร์มากกว่าการอ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร จึงทำให้คนที่ทำสื่อเริ่มคิดแล้วว่าในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปจะทำอย่างไรให้คนหันมาสนใจสื่อเหมือนเดิม จึงได้เริ่มมีสื่อที่เป็นออนไลน์มากขึ้นโดยสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ใช้มัลติมีเดียเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยการทำสื่อออนไลน์จะเน้นผสมหลายสิ่งหลายอย่างเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ตัวอักษรที่มีสีสันสวยงาม วิดีโอสั้น ๆ ที่นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ ภาพถ่ายหรือภาพการ์ตูนที่ดูแล้วเข้ากันกับสิ่งที่จะสื่อ เมื่อนำสิ่งเหล่านี้มาผสมกันแล้ว จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า “มัลติมีเดีย”

ซึ่งในปัจจุบันนี้ สื่อที่เป็นมัลติมีเดียได้เข้ามามีบทบาทในหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ เว็บไซต์ หรือแม้กระทั่งโซเชียลมีเดียเองก็ตาม ซึ่งทุกคนรู้จักสื่อเหล่านี้ดีเพราะสามารถพบเห็นบ่อย ๆ ในอินเตอร์เน็ต มาถึงตรงนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันนี้แทบในทุกอย่างที่เราทำในแต่ละวัน ตั้งแต่จับโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ค Facebook ในตอนเช้าไปยันดูทีวีก่อนนอนในตอนค่ำมัลติมีเดียก็ได้อยู่ในทุก ๆ ส่วนของชีวิตเราแทบทั้งสิ้น