ภาพยนตร์ ความบันเทิงตั้งแต่อดีต สู่สิ่งที่ไร้ขอบเขต

ภาพยนตร์เป็นศาสตร์ทางศิลปะชั้นสูงที่ต้องอาศัยฝีมือ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์เป็นอย่างมาก ภาพยนตร์ให้ทั้งความบันเทิง ข้อคิดความรู้ ประสบการณ์ใหม่ ๆ และอีกหลาย ๆ อย่างแก่ผู้ชม ปัจจุบันนี้ภาพยนตร์เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของคนเราไม่น้อย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้กำลังใจ รวมไปถึงสามารถสร้างอาชีพให้กับผู้คนอีกมากมาย และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยังมีแนวโน้มการเจริญเติบโตเป็นอย่างมากในอนาคต ในยุคเริ่มแรกการจะดูภาพยนตร์นั้นสามารถดูได้ทีละหนึ่งคนเท่านั้น โดยต้องดูผ่านรูเล็ก ๆ จากกล่องที่มีชื่อเรียกว่า Kinetoscope เป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมลักษณะคล้าย ๆ ตู้ และในภายหลังถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเรียกชื่อเครื่องว่า Cinematograph ซึ่งสามารถฉายภาพออกมาสู่จอใหญ่ได้ทำให้ดูได้ทีละพร้อมกันหลาย ๆ คนจนพัฒนามาเป็นโรงฉายภาพยนตร์อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

พบกับประสบการณ์ใหม่ของการดูหนังในโรงภาพยนตร์ 4DX และ MX4D

โรงภาพยนตร์ 4DX และ MX4D คือโรงภาพยนตร์ที่ฉายในระบบ 4 มิติ แน่นอนว่าหลายคนคงรู้จักกับระบบ 3 มิติที่เราจะต้องใส่แว่น 3 มิติแล้วไปนั่งชมภาพยนตร์มันจะเป็นภาพที่มีความตื้น ลึก หนา บาง ให้ความรู้สึกใกล้ชิดและเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ราวกับว่าเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ บางครั้งอาจเผลอคิดว่าเราสามารถจับต้องได้ แต่ภาพยนตร์ในระบบ 4 มิติเป็นอะไรที่ล้ำกว่านั้น เพราะนอกจากจะต้องใส่แว่นและรับชมผ่านระบบ 3 มิติแล้วยังเพิ่มมิติที่ 4 เข้ามาอีก ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของกลิ่น เสียง หรือการสัมผัสกับร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าในภาพยนตร์มีฉากของการดื่มเหล้าก็อาจจะมีกลิ่นเหล้า ถ้ามีฉากฝนตกก็อาจจะมีละอองน้ำพุ่งใส่ผู้ชม หรือแม้แต่ในฉากการต่อสู้เก้าอี้ที่นั่งก็อาจจะมีอะไรมากระแทกหลัง แขน ขา หรือขยับเอียงไปเอียงมาทำให้มีความรู้สึกร่วมไปกับภาพยนตร์ได้ดียิ่งขึ้น

จากกล่องสี่เหลี่ยมที่สามารถรับชมได้ทีละคน พัฒนามาสู่การรับชมที่ทำให้รู้สึกราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง ทุกวันนี้โรงภาพยนตร์ที่ฉายในระบบ 4D ยังไม่แพร่หลายมากนักในเมืองไทยเนื่องปัจจัยหลาย ๆ ด้านเช่น ปัจจัยเรื่องราคาของตั๋วเข้าชม และความนิยมชมชอบของคนไทย แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจและชื่นชอบจนยอมจ่ายแพงหน่อย เพื่อจะได้พบกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการรับชมภาพยนตร์และอยากเข้าไปสัมผัสถึงความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดให้คนอื่นเข้าใจได้นอกจากจะลองไปสัมผัสมันด้วยตัวเอง เรียกได้ว่าโรงภาพยนตร์ในระบบ 4D คือมิติใหม่ของการรับชมภาพยนตร์ และเป็นนวัตกรรมของการรับชมภาพยนตร์ที่ทันสมัยที่สุดในขณะนี้

Adobe Premiere Pro โปรแกรมตัดต่อที่มืออาชีพยอมรับ

ถ้าพูดถึงการตัดต่อคนทั่วไปอาจคิดว่าไม่ใช่กระบวนการที่สำคัญอะไรเท่าไหร่ อาจจะคิดว่านักแสดง ผู้กำกับ หรือตากล้องนั้นสำคัญกว่า แต่หากขาดการตัดต่อไปแล้วผลงานชิ้นนั้น ๆ ย่อมไม่สมบูรณ์แน่ ๆ ในการผลิตภาพยนตร์หรือโฆษณาต่าง ๆ จะสมบูรณ์ไม่ได้ถ้าหากไม่ผ่านขั้นตอนการตัดต่อ

กระบวนการตัดต่อจะเริ่มทำหลังจากถ่ายทำทุกฉากทุกตอนเสร็จสิ้น เรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนท้าย ๆ ของการผลิตภาพยนตร์หรือโฆษณาก็ว่าได้ การควบคุมเวลา ฉากดีฉากเสียตรงไหนควรตัดออก ตรงไหนควรแก้ไข รวมไปถึงเทคนิคในการตัดต่อที่จะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมและการเล่าเรื่อง ที่จะเป็นสไตล์ของแต่ละบุคคล เป็นสไตล์ของชิ้นงานนั้น ๆ ด้วย หรือแม้กระทั้งแสงสีและการเปลี่ยนฉาก ย่อมต้องอาศัยการตัดต่อทั้งนั้น แน่นอนว่าการตัดต่อที่ดีต้องมาคู่กับโปรแกรมตัดต่อที่เยี่ยมยอดเช่นกัน

ถ้าพูดถึงการตัดต่อภาพยนตร์ โฆษณา หรือแม้แต่คลิปวิดีโอ นักตัดต่อมืออาชีพย่อมเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่าโปรแกรม Adobe Premiere Pro เป็นหนึ่งในโปรแกรมตัดต่อที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยความหลากหลายทางด้านเทคนิคและ Effect การลำดับภาพ การทำภาพซ้อน การเปลี่ยนฉาก แต่งสี และลีลาท่วงทำนองที่เอื้ออำนวยต่อจินตนาการของเหล่าบรรดานักตัดต่อทั้งหลายได้ดี ถ้าคุณต้องการให้ผลงานออกมาเป็นแบบไหน แนวไหน ก็สามารถสร้างสรรค์เติมแต่งได้ดั่งใจ ถึงแม้ว่าการใช้งานอาจจะซับซ้อนไปหน่อยสำหรับมือใหม่แต่ถ้าลองศึกษาและเรียนรู้หมั่นฝึกฝนจนคุ้นมือแล้วนั้นโปรแกรมนี้ถือว่าเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายเลยก็ว่าได้ การจัดแสงแต่งสีก็ดูจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับโปรแกรมนี้หรือจะเป็นการแก้ไขเสียงก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก ไม่ว่าผลงานที่ต้องการจะเป็นเพียงคลิปสั้น ๆ ไปจนถึงภาพยนตร์ยาว 2 ชั่วโมง ไม่ว่าคุณภาพของวิดีโอจะแค่ 360p 1080p หรือจะเป็น 4k ก็ไม่มีปัญหาสำหรับโปรแกรม Adobe Premiere Pro เลยแม้แต่น้อย ถ้าหากวิดีโอ ภาพยนตร์ หรือโฆษณาใดที่ผลิตโดยไม่ผ่านกระบวนการตัดต่อ แก้ไขหรือไม่แต่งเติมอะไรเลย ก็อาจจะไม่มีความตื่นเต้นเร้าใจและน่าสนใจมากสักเท่าไหร่ ถ้าคุณอยากให้ผลงานของคุณออกมาดีมีมาตรฐานมันก็คุ้มที่จะหามาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

การตัดต่อเป็นอีกหนึ่งขึ้นตอนที่สำคัญในการผลิตสื่อวิดีโอเลยก็ว่าได้ ผู้กำกับหรือผู้สร้างภาพยนตร์ โฆษณา ส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับขั้นตอนการตัดต่อมากเป็นพิเศษ เช่น ภาพยนตร์บางเรื่องใช้เวลาในการตัดต่อนานเป็นปีหรืออาจนานกว่านั้น เพราะฉะนั้นคนตัดต่อจึงเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดี และโปรแกรมตัดต่อก็เป็นสิ่งสำคัญของนักตัดต่อมืออาชีพ มันเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงานของคนตัดต่อเช่นกัน และแน่นอนว่าถ้าคุณอยากเริ่มที่จะฝึกตัดต่อโปรแกรม Adobe Premiere Pro จะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของคุณแน่นอน