Tagภาพยนตร์

ระดับความคมชัดของสื่อมัลติมีเดียสำคัญต่อประสบการณ์การรับชมอย่างไร

จากการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีสื่อมัลติมีเดียทำให้เราได้เห็นว่า “ความคมชัด” หรือความละเอียดของสื่อนั้นเป็นสิ่งที่ถูกพัฒนามาได้ค่อนข้างไกล เปรียบเทียบได้ง่าย ๆ จากการที่เราลองเปิดรับชมสื่อมัลติมีเดียหรือภาพยนตร์ในอดีตเพื่อเปรียบเทียบระดับความคมชัดแบบ HD ในปัจจุบันก็จะเห็นได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน นอกจากเรื่องของความสวยงามที่มากกว่าของภาพยนตร์ HD ในปัจจุบันแล้ว ยังมีประเด็นอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจซึ่งเราได้รวบรวมมาให้ได้อ่านกันแล้ว

รายละเอียดที่มากขึ้น

แน่นอนว่าพออะไรอะไรชัดเจนมากขึ้น การแสดงผลของภาพก็จะมีความละเอียดที่มากขึ้นตามไปด้วย จนตอนนี้จากที่เราว่า HD นี่เป็นระดับความละเอียดที่ชัดมา ๆ แล้ว กลายมาเป็น UHD ที่ระดับความชัดทะลุถึง 8k ไปแล้ว นี่แสดงถึงความต่างของ details ของภาพในสื่อได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อสื่อสามารถสร้างความคมชัดได้มากก็เท่ากับว่าผู้ผลิตสื่อก็จะสามารถใส่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงไปในสื่อมัลติมีเดียได้มากกว่าเดิม อย่างที่เราจะเห็นได้ว่าในหลายภาพยนตร์จะมีการใส Easter Eggs เข้าไปเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ มากมาย ทำให้ภาพยนตร์น่าสนใจและมีอะไรให้ค้นหามากกว่าเดิม

ความรู้สึกสมจริงยิ่งกว่า

ยังจำรายละเอียดของภาพยนตร์หรือสื่อมัลติมีเดียที่เราเคยชมในอดีตได้ไหม ไม่ว่าจะเป็น production หรือ cg เราจะเห็นได้ชัดเลยว่าความสมจริงของสิ่งต่าง ๆ ที่ไปปรากฏในสื่อนั้นมีความสมจริงมากขึ้น นั่นก็เป็นเพราะเหตุจากเรื่องแรกที่เราคุยกันไปกับความละเอียดและความคมชัด ยิ่งสื่อมีระดับความคมชัดมากเท่าไรการสร้างสิ่งต่าง ๆ ก็ยิ่งที่จะต้องมีความสมจริงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เป็นข้อดีที่ทำให้เราได้รับชมอะไรที่ดูจริง และรู้สึกได้ถึงสิ่งที่ผู้สร้างสื่อต้องการนำเสนอได้มากที่สุด

การตอบสนองจินตนาการของผู้ชม

ด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยีในสมัยก่อน ทำให้จินตนาการของเรา (รวมถึงผู้สร้างสื่อ) ต้องถูกจำกัด การนำเสนอมัลติมีเดียจึงอาจไม่ได้เป็นอย่างที่หวังเอาไว้มากนัก มีหลายสื่อที่ต้องถูกยกเลิกการสร้างสรรค์ไปเพราะข้อจำกัดทางเทคโนโลยี แต่ด้วยในเวลานี้เราสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากกว่าเดิม ทำให้จินตนาการไม่ได้ถูกจำกัด การสร้างสรรค์สื่อเป็นเรื่องง่ายและสามารถทำจินตนาการให้เกิดขึ้นได้จริงผ่านอุปกรณ์ที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายกว่า

รายละเอียดความคมชัดของสื่อมัลติมีเดียที่มากขึ้น ช่วยให้เราสามารถรับชมความสุนทรีย์ได้อย่างเต็มอรรถรสกับความละเอียดที่ชัดเจนในทุกจุด ผู้สร้างสรรค์สื่อสามารถที่จะเนรมิตทุกสิ่งให้เป็นจริงได้ตามความต้องการ ผ่านการนำเสนอมัลติมีเดียที่ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไป ทำให้ความคิดถูกสร้างขึ้นมาจนเป็นความจริง ที่เราสามารถรู้สึกได้ถึงตัวตนและการพาเราดำดิ่งไปกับเรื่องราวและเนื้อหาของสื่อ ต่อไปนี้เราก็มารอดูกันว่าในอนาคตเราจะได้พบกับสุดยอดเทคโนโลยีมัลติมีเดียในรูปแบบไหน ช่างน่าตื่นเต้นจริง ๆ เลย

ภาพยนตร์ ความบันเทิงตั้งแต่อดีต สู่สิ่งที่ไร้ขอบเขต

ภาพยนตร์เป็นศาสตร์ทางศิลปะชั้นสูงที่ต้องอาศัยฝีมือ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์เป็นอย่างมาก ภาพยนตร์ให้ทั้งความบันเทิง ข้อคิดความรู้ ประสบการณ์ใหม่ ๆ และอีกหลาย ๆ อย่างแก่ผู้ชม ปัจจุบันนี้ภาพยนตร์เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของคนเราไม่น้อย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้กำลังใจ รวมไปถึงสามารถสร้างอาชีพให้กับผู้คนอีกมากมาย และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยังมีแนวโน้มการเจริญเติบโตเป็นอย่างมากในอนาคต ในยุคเริ่มแรกการจะดูภาพยนตร์นั้นสามารถดูได้ทีละหนึ่งคนเท่านั้น โดยต้องดูผ่านรูเล็ก ๆ จากกล่องที่มีชื่อเรียกว่า Kinetoscope เป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมลักษณะคล้าย ๆ ตู้ และในภายหลังถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเรียกชื่อเครื่องว่า Cinematograph ซึ่งสามารถฉายภาพออกมาสู่จอใหญ่ได้ทำให้ดูได้ทีละพร้อมกันหลาย ๆ คนจนพัฒนามาเป็นโรงฉายภาพยนตร์อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

พบกับประสบการณ์ใหม่ของการดูหนังในโรงภาพยนตร์ 4DX และ MX4D

โรงภาพยนตร์ 4DX และ MX4D คือโรงภาพยนตร์ที่ฉายในระบบ 4 มิติ แน่นอนว่าหลายคนคงรู้จักกับระบบ 3 มิติที่เราจะต้องใส่แว่น 3 มิติแล้วไปนั่งชมภาพยนตร์มันจะเป็นภาพที่มีความตื้น ลึก หนา บาง ให้ความรู้สึกใกล้ชิดและเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ราวกับว่าเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ บางครั้งอาจเผลอคิดว่าเราสามารถจับต้องได้ แต่ภาพยนตร์ในระบบ 4 มิติเป็นอะไรที่ล้ำกว่านั้น เพราะนอกจากจะต้องใส่แว่นและรับชมผ่านระบบ 3 มิติแล้วยังเพิ่มมิติที่ 4 เข้ามาอีก ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของกลิ่น เสียง หรือการสัมผัสกับร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าในภาพยนตร์มีฉากของการดื่มเหล้าก็อาจจะมีกลิ่นเหล้า ถ้ามีฉากฝนตกก็อาจจะมีละอองน้ำพุ่งใส่ผู้ชม หรือแม้แต่ในฉากการต่อสู้เก้าอี้ที่นั่งก็อาจจะมีอะไรมากระแทกหลัง แขน ขา หรือขยับเอียงไปเอียงมาทำให้มีความรู้สึกร่วมไปกับภาพยนตร์ได้ดียิ่งขึ้น

จากกล่องสี่เหลี่ยมที่สามารถรับชมได้ทีละคน พัฒนามาสู่การรับชมที่ทำให้รู้สึกราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง ทุกวันนี้โรงภาพยนตร์ที่ฉายในระบบ 4D ยังไม่แพร่หลายมากนักในเมืองไทยเนื่องปัจจัยหลาย ๆ ด้านเช่น ปัจจัยเรื่องราคาของตั๋วเข้าชม และความนิยมชมชอบของคนไทย แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจและชื่นชอบจนยอมจ่ายแพงหน่อย เพื่อจะได้พบกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการรับชมภาพยนตร์และอยากเข้าไปสัมผัสถึงความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดให้คนอื่นเข้าใจได้นอกจากจะลองไปสัมผัสมันด้วยตัวเอง เรียกได้ว่าโรงภาพยนตร์ในระบบ 4D คือมิติใหม่ของการรับชมภาพยนตร์ และเป็นนวัตกรรมของการรับชมภาพยนตร์ที่ทันสมัยที่สุดในขณะนี้

Adobe Premiere Pro โปรแกรมตัดต่อที่มืออาชีพยอมรับ

ถ้าพูดถึงการตัดต่อคนทั่วไปอาจคิดว่าไม่ใช่กระบวนการที่สำคัญอะไรเท่าไหร่ อาจจะคิดว่านักแสดง ผู้กำกับ หรือตากล้องนั้นสำคัญกว่า แต่หากขาดการตัดต่อไปแล้วผลงานชิ้นนั้น ๆ ย่อมไม่สมบูรณ์แน่ ๆ ในการผลิตภาพยนตร์หรือโฆษณาต่าง ๆ จะสมบูรณ์ไม่ได้ถ้าหากไม่ผ่านขั้นตอนการตัดต่อ

กระบวนการตัดต่อจะเริ่มทำหลังจากถ่ายทำทุกฉากทุกตอนเสร็จสิ้น เรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนท้าย ๆ ของการผลิตภาพยนตร์หรือโฆษณาก็ว่าได้ การควบคุมเวลา ฉากดีฉากเสียตรงไหนควรตัดออก ตรงไหนควรแก้ไข รวมไปถึงเทคนิคในการตัดต่อที่จะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมและการเล่าเรื่อง ที่จะเป็นสไตล์ของแต่ละบุคคล เป็นสไตล์ของชิ้นงานนั้น ๆ ด้วย หรือแม้กระทั้งแสงสีและการเปลี่ยนฉาก ย่อมต้องอาศัยการตัดต่อทั้งนั้น แน่นอนว่าการตัดต่อที่ดีต้องมาคู่กับโปรแกรมตัดต่อที่เยี่ยมยอดเช่นกัน

ถ้าพูดถึงการตัดต่อภาพยนตร์ โฆษณา หรือแม้แต่คลิปวิดีโอ นักตัดต่อมืออาชีพย่อมเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่าโปรแกรม Adobe Premiere Pro เป็นหนึ่งในโปรแกรมตัดต่อที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยความหลากหลายทางด้านเทคนิคและ Effect การลำดับภาพ การทำภาพซ้อน การเปลี่ยนฉาก แต่งสี และลีลาท่วงทำนองที่เอื้ออำนวยต่อจินตนาการของเหล่าบรรดานักตัดต่อทั้งหลายได้ดี ถ้าคุณต้องการให้ผลงานออกมาเป็นแบบไหน แนวไหน ก็สามารถสร้างสรรค์เติมแต่งได้ดั่งใจ ถึงแม้ว่าการใช้งานอาจจะซับซ้อนไปหน่อยสำหรับมือใหม่แต่ถ้าลองศึกษาและเรียนรู้หมั่นฝึกฝนจนคุ้นมือแล้วนั้นโปรแกรมนี้ถือว่าเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายเลยก็ว่าได้ การจัดแสงแต่งสีก็ดูจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับโปรแกรมนี้หรือจะเป็นการแก้ไขเสียงก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก ไม่ว่าผลงานที่ต้องการจะเป็นเพียงคลิปสั้น ๆ ไปจนถึงภาพยนตร์ยาว 2 ชั่วโมง ไม่ว่าคุณภาพของวิดีโอจะแค่ 360p 1080p หรือจะเป็น 4k ก็ไม่มีปัญหาสำหรับโปรแกรม Adobe Premiere Pro เลยแม้แต่น้อย ถ้าหากวิดีโอ ภาพยนตร์ หรือโฆษณาใดที่ผลิตโดยไม่ผ่านกระบวนการตัดต่อ แก้ไขหรือไม่แต่งเติมอะไรเลย ก็อาจจะไม่มีความตื่นเต้นเร้าใจและน่าสนใจมากสักเท่าไหร่ ถ้าคุณอยากให้ผลงานของคุณออกมาดีมีมาตรฐานมันก็คุ้มที่จะหามาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

การตัดต่อเป็นอีกหนึ่งขึ้นตอนที่สำคัญในการผลิตสื่อวิดีโอเลยก็ว่าได้ ผู้กำกับหรือผู้สร้างภาพยนตร์ โฆษณา ส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับขั้นตอนการตัดต่อมากเป็นพิเศษ เช่น ภาพยนตร์บางเรื่องใช้เวลาในการตัดต่อนานเป็นปีหรืออาจนานกว่านั้น เพราะฉะนั้นคนตัดต่อจึงเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดี และโปรแกรมตัดต่อก็เป็นสิ่งสำคัญของนักตัดต่อมืออาชีพ มันเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงานของคนตัดต่อเช่นกัน และแน่นอนว่าถ้าคุณอยากเริ่มที่จะฝึกตัดต่อโปรแกรม Adobe Premiere Pro จะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของคุณแน่นอน

© 2021 cpo-multimedia.com

Theme by Anders NorénUp ↑