PowerPoint การนำเสนองานอย่างง่ายแบบมืออาชีพ

เชื่อว่าหลายคนคงไม่มีใครไม่รู้จักโปรแกรมสามัญประจำเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างพาวเวอร์พอยต์ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยเรียนที่ต้องทำงานพรีเซนเทชั่นส่งอาจารย์ หรือวัยทำงานที่จะต้องนำเสนองานเพื่อไปขายให้กับลูกค้า คงไม่มีใครปฏิเสธโปรแกรมนำเสนอที่แสนจะง่ายและดูเป็นมืออาชีพอย่างพาวเวอร์พอยต์เป็นแน่

เพราะโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่มาพร้อมกับไมโครซอฟ ออฟฟิศ โปรแกรมนี้มีการใช้งานที่แสนง่ายดาย ซึ่งหลายคนก็คงเคยเรียนวิธีการใช้งานมาตั้งแต่ประถมแล้ว แล้ววิธีการใช้งานอย่างง่ายก็เพียงแค่เข้าโปรแกรมเลือกพื้นหลัง ใส่ข้อความ ใส่รูปภาพ เสียง หรือวิดีโอ จากนั้นก็เลือกรูปแบบที่จะให้ตัวโปรแกรมนำเสนอแค่เพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้ว โปรแกรมนี้สามารถนำเสนอออกมาได้หลากหลายรูปแบบ ผสมมัลติมีเดียได้หลากหลาย ได้ตั้งแต่อย่างง่ายแบบเด็กประถมทำ ไปจนถึงการนำเสนองานส่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังสามารถทำกราฟแผนภูมิต่าง ๆ หากคุณต้องการเอาไปเพื่อทำพรีเซนเทชั่นในการนำเสนอธุรกิจของคุณอีกด้วย เรียกได้ว่าทำได้ตั้งแต่อย่างง่ายไปจนถึงอย่างมืออาชีพกันเลยทีเดียว เราจึงเห็นได้ว่าหลากหลายวงการเลือกที่จะใช้โปรแกรมนี้เป็นตัวนำเสนอ เพราะนอกจากจะใช้งานฟรี ทำง่าย แล้วยังทำให้งานนำเสนอออกมาเป็นมืออาชีพอีกด้วย ซึ่งตัวโปรแกรมนี้ไม่มีการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของตัวคุณ เพราะคุณสามารถทำมันได้อย่างอิสระ ตั้งแต่การออกแบบตัวอักษรเอง เลือกฟอนต์ที่เหมาะกับงานนำเสนอของคุณ ออกแบบพื้นหลังเอง หากไม่ต้องการเอาพื้นหลังที่มีอยู่แล้วคุณยังสามารถหารูปพื้นหลังอื่น ๆ มาใส่ แล้วใส่ตัวหนังสือของเราเข้าไปได้ หรือแม้แต่รูปถ่ายของคุณ หรือสินค้าที่คุณต้องการนำเสนอ ตัวโปรแกรมก็ให้อิสระในการใส่ความคิดของคุณลงไป

นอกจากนี้คุณยังสามารถใส่วิดีโอในการนำเสนอ หากคุณต้องการที่จะให้ลูกค้าเห็นภาพจากการที่คุณพูดในสไลด์ให้ฟัง เห็นไหมล่ะว่าตัวโปรแกรมนี้ให้อิสระมาก ๆ ในการทำงานกับคุณ หากคุณต้องการใช้ในการนำเสนองานที่ต้องการการใส่อินโฟกราฟเข้าไปตัวพาวเวอร์พอยต์ ก็ให้อิสระกับคุณในการออกแบบกราฟของคุณเอง ซึ่งเหตุผลที่หลายคนเลือกใช้โปรแกรมนี้ในการนำเสนอก็คงหนีไม่พ้น การใช้งานที่ง่าย อิสระในการดีไซน์ และความเป็นมืออาชีพของงาน

ซึ่งจริง ๆ แล้วโปรแกรมที่ใช้ทำพรีเซนเทชั่นก็มีหลากหลายแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าพาวเวอร์พอยต์ หากจะเรียกว่าโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมทำงานนำเสนออันดับหนึ่งก็คงเรียกได้อย่างเต็มปาก เพราะผู้คนทั่วโลกแทบทุกวงการเลือกใช้โปรแกรมนี้ในการนำเสนองาน หากเปรียบเป็นเสิร์ชเอนจิน ซึ่งจริง ๆ ก็มีหลายตัว แต่ที่คนนิยมก็คือกูเกิล พาวเวอร์พอยต์ก็คงจะไม่แตกต่างอะไรกับกูเกิ้ลเลย

แว่น VR เทคโนโลยีภาพเสมือนแห่งจินตนาการแบบโลกอนาคต

จะดีแค่ไหนถ้าหากวันนี้เราหนีโลกที่วุ่นวายและเข้าไปอยู่โลกแห่งจินตนาการแบบที่มีภาพและแสงสีเสียงแบบในแอนิเมชันได้ คงทำให้เรารู้สึกดีไม่ใช่น้อย ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าตึกสูง ๆ รถบนท้องถนน ต้นไม้ ผู้คน และสิ่งต่าง ๆ ที่เรามองเห็น ถ้าหากว่าสิ่งเหล่านี้ถูกเปลี่ยนมาเป็นภาพการ์ตูนแอนิเมชันแล้วล่ะก็คงจะสบายตาไม่ใช่น้อย ซึ่งหลายคนคงเคยได้เห็นจากหนังดังอย่าง Ready player one มาแล้วว่าการเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนมันสนุกและน่าตื่นเต้นขนาดไหน

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันว่าแว่น VR คืออะไรเริ่มจากคำว่า VR ซึ่งมาจากคำว่า Virtual Reality แปลให้เข้าใจคือ ความเสมือนจริงซึ่งแว่นนี้จะมีลักษณะทางกายภาพคล้าย ๆ แว่นตาว่ายน้ำหรือแว่นตาสำหรับขับมอเตอร์ไซค์ของพวกไบค์เกอร์ โดยมีลักษณะแบบครอบทั้งสองตาเพื่อกันลมเข้าตา (หากเป็นแว่นขับมอเตอร์ไซค์) แต่สำหรับแว่น VR แล้วที่มีลักษณะครอบทั้งสองตาแถมข้างในยังมืดทึบแล้วก็เพราะว่าต้องการให้ภาพที่แสดงทางแว่นเวลาเราใส่มีความเป็น 360 องศาเหมือนกับสายตาปกติที่เรามองเห็นอยู่นั่นเอง แต่ทั้งนี้แว่น VR เองก็ต้องมีอุปกรณ์เข้ามาช่วย เช่น เชื่อมกับ คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกมส์ โทรศัพท์มือถือ นั่นเอง เพราะตัวแว่นจะทำแค่เพียงหน้าที่แสดงผลการมองเห็นของเครื่องเหล่านั้นพูดง่าย ๆคือสมมุติว่าเรามองดูจอทีวีเราก็จะเห็นแค่ในจอแสดงออกมาและเห็นขอบเขตเพราะทีวีมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมเราก็จะเห็นภาพในรูปแบบที่จำกัด ซึ่งต่างกันกับแว่น VR ที่แสดงให้เราเห็นแบบรอบทิศทางไม่ว่าจะหันไปทางไหนภาพนั้นก็จะติดตาเราไปด้วยตราบเท่าที่เรายังใส่แว่นอยู่ และถ้าหากเรามีหูฟังดี ๆ ที่เล่นเสียงแบบจัดเต็มแล้วล่ะก็การดูหนังฟังเพลงหรือแม้กระทั่งเล่นเกมส์ก็จะมอบอรรถรสความสมจริงให้ผู้ใช้งานเรียกได้ว่าหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการเลยก็ว่าได้ ลองคิดดูนะว่าถ้าหากเรามีแว่นที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์มีหูฟังดี ๆ แล้วนั่งดูหนังผ่านแว่นหรือเล่นเกมส์ผ่านแว่นมันคงให้ความรู้สึกที่สุดแสนจะจินตนาการเหมือนหลุดเข้าไปในนั้นเลย

แต่ก็ใช่ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีแว่น VR จะไม่มีเพราะสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ก็ได้เริ่มมีเข้ามาใช้กันในบางอุตสาหกรรมแล้วไม่ว่าจะเป็นเกมส์บางเกมส์ ที่ใส่แว่นเล่นซึ่งทำให้ผู้เล่นเหมือนหลุดเข้าไปในเกมส์เลยทีเดียว แต่มันก็ทำให้เห็นแค่บางฉากของเกมส์ที่เกมส์ต้องการให้เราเห็นมันไม่ได้ดำเนินเรื่องด้วยตัวเราเองแบบ 360 องศา อย่างที่กล่าวเหมือนในหนัง Ready player one แต่ก็ถือเป็นการพัฒนาไปอีกขั้นของเทคโนโลยีในปัจจุบัน แต่เชื่อเถอะว่าอีกไม่นานคงมีการเปิดโลกเสมือนจริงขึ้นมาที่จำลองโลกทั้งใบเดินไปไหนมาไหนเป็นแอนิเมชัน ใช้ชีวิตแบบเรียลไทม์ผ่านตัวแว่น เดินไปไหนมาไหนผ่านลู่วิ่งที่มีอยู่รอบตัวเราทำให้เราใช้ชีวิตเป็นตัวแอนิเมชันได้ แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหวแล้ว

วุ้นแปลภาษาของวิเศษสุดมหัศจรรย์ของโดเรม่อน

เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยมีใครไม่รู้จักการ์ตูนอมตะตลอดกาลอย่างโดเรม่อนซึ่งครองใจคนแทบทุกวัยมาแล้วกว่าหลายสิบปีซึ่งแทบทุกตอนที่โดเรม่อนต้องเดินทางไปในต่างแดนไม่ว่าจะเป็นเมืองบนฟ้า เมืองในป่า หรือแม้แต่ในอวกาศ ที่ทำให้พวกเขาต้องเจอกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่เข้าใจภาษาของมนุษย์ โดเรม่อนจะมักนำของวิเศษชนิดหนึ่งออกมาเพื่อใช้ในการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ มนุษย์ต่างดาว ซึ่งเมื่อกินเข้าไปแล้วไม่ว่าจะภาษาอะไรถึงแม้ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็สามารถฟังและสื่อสารกันรู้เรื่อง ดูเหมือนว่าเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์เวลาเดินทางมาก ๆ จนทำให้เราเคยคิดว่าถ้ามีจริงก็คงดี

ซึ่งในวันหยุดยาวของทุก ๆ ปีไม่ว่าจะเป็นปิดเทอมใหญ่ของวัยเรียนหรือลาพักร้อนของวัยทำงานหนึ่งสิ่งที่เรา ๆ อยากทำมากที่สุดนอกจากนอนดูซีรี่ย์อยู่บ้านก็คงหนีไม่พ้นการแบกเป้หนึ่งใบสะพายกล้องหนึ่งตัวออกไปผจญภัยในที่ ๆ เราไม่เคยไปเพื่อออกไปพบเจอผู้คนที่เราไม่เคยเจอไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ ทะเล หรือเมืองเล็ก ๆ ที่อบอุ่น และถ้าหากเราไม่ติดเรื่องเงินแล้วล่ะก็คงไม่มีใครปฏิเสธว่าอยากไปในต่างประเทศเป็นแน่ ยิ่งคิดภาพหิมะตกอากาศหนาว ๆ ที่เมืองไทยไม่มี อากาศดี ๆ ที่สวิตเซอร์แลนด์ หรือแม้กระทั่งแสงเหนือแล้วล่ะก็ แค่คิดก็ฟินสุด ๆ แล้ว เอาล่ะก่อนที่ปัญหาเรื่องเงินจะดับจินตนาการอันสดใสของเราเอาเป็นว่าสมมุติว่าเงินเราเต็มกระเป๋าแล้วกัน แต่สิ่งที่เราเป็นกังวลนอกเหนือจากเรื่องเงินแล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งนั่นก็คือเรื่องการสื่อสารเพราะนั่นคือหัวใจสำคัญของการไปต่างประเทศเลยก็ว่าได้เพราะไม่ว่าจะกินจะเที่ยวจะพักที่ไหนล้วนแล้วต้องใช้ภาษาในการสื่อสารทั้งสิ้นยิ่งในแถบต่างประเทศบางที่แล้วล่ะก็แทบไม่ใช้ภาษาอังกฤษเลยจนบางทีทำให้เรานึกถึงวุ้นแปลภาษาของโดเรม่อนขึ้นมาทีเดียว

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับเราทางด้านการสื่อสารนั่นก็คือ Talking dictionary หรือก็คือ ดิกชันนารี่แบบมีเสียง โดยเครื่องนี้เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดพกพาที่ใช้ถ่านหรือการชาร์จเหมือนโทรศัพท์ ซึ่งเครื่องนี้ก็มีการใช้งานที่ง่ายดายไม่ซับซ้อนและรองรับการใช้งานหลากหลายภาษาอีกด้วย โดยวิธีการใช้งานนั้นก็เพียงแค่เราเลือกภาษาที่เราต้องการพูดและภาษาที่เราต้องการแปล ตัวอย่างเช่น ภาษาไทย กับ อังกฤษ ถ้าเราพูดอังกฤษไม่เป็นเลยเราแค่เพียงหยิบเครื่องนี้ออกมาแล้วก็พูดสิ่งที่เราต้องการลงไปเป็นภาษาไทยแล้วเครื่องนี้ก็จะแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษไม่เพียงแค่แปลเป็นภาษาเขียนเท่านั้นแต่ยังพูดออกมาผ่านลำโพงของตัวเครื่องอีกด้วย เห็นไหมล่ะว่าช่างง่ายดายไม่ต่างอะไรกับวุ้นแปลภาษาของโดเรม่อนเลย

และราคาของเครื่องนี้ก็เริ่มต้นแค่หลักพันต้น ๆ ซึ่งเป็นราคาที่คนจะไปต่างประเทศเอื้อมถึงได้ง่ายหรือแม้กระทั่งอยากซื้อมาเพื่อเป็นครูในการฝึกภาษาก็ย่อมได้ คราวนี้ไม่ว่าจะไปที่ใดในโลกนี้เราก็ไม่อดตาย ไม่ว่าจะสั่งอาหาร หาที่พัก ถามทางไปเที่ยว ทุกสิ่งง่ายดายแค่ปลายนิ้ว

วิวัฒนาการของเครื่องเล่นเกมส์จาก Famicom สู่ Smartphone

หากย้อนกลับไปสักเกือบ ๆ 20 ปีที่แล้วเด็ก ๆ ยุคนั้นคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเครื่องเล่นเกมส์ที่ชื่อว่า Famicom หรือที่เรียกกันติดปากว่าเกมส์ตลับซึ่งถือว่าเป็นเกมส์ที่ฮิตกันมากในยุคนั้นเรียกได้ว่าทุกคนที่ได้ลองสัมผัสกับมันต้องติดงอมแงมจนไม่มีเวลาทำอะไรกันเลยทีเดียว เด็กสมัยนั้นแทบจะรอไม่ไหวที่จะเลิกเรียนหรือรอวันหยุดเสาร์อาทิตย์เพื่อที่จะได้รวมตัวกันบ้านคนใดคนหนึ่งเพื่อที่จะได้เล่นมัน ซึ่งถ้าใครคิดภาพเกมส์ตลับไม่ออกลักษณะคร่าว ๆ ของมันจะคล้าย ๆ กับพวกเครื่อง Play station ที่เป็นแค่เครื่องเล่นเกมส์เวลาจะเล่นต้องต่อกับโทรทัศน์ แต่สิ่งที่ต่างกันคือเกมส์ตลับจะใส่ม้วนเกมส์ที่มีรูปลักษณ์คล้าย ๆ กับม้วนเทปที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งต่างจาก Play station ที่ใส่แผ่น CD ในการเล่น ซึ่งเกมส์ตลับนี้เองในม้วน ๆ หนึ่งก็มีเกมส์ให้ผู้เล่นได้เลือกเล่นตั้งแต่หลักสิบเกมส์ถึงร้อยเกมส์ต่อม้วนเลยทีเดียว มีทั้งที่เล่นคนเดียวและเล่นสองคนกับเพื่อนซึ่งเกมส์ที่ฮิตและดังของเกมส์ตลับที่กลายเป็นเกมส์อมตะที่มาจนถึงปัจจุบันคงหนีไม่พ้น Contra เกมส์แนวยิง ๆผ่านด่านไปเรื่อย ๆ กับเพื่อนและเกมส์ Mario เกมส์แนวผจญภัยผ่านด่านที่ฮิตตลอดการ ที่ยุคนี้ยังสามารถหาเล่นได้ทางSmartphone ของเรานั่นเอง

พอหมดยุคเกมส์ตลับในยุคต่อมาก็คือยุคของเครื่องเล่นเกมส์ของค่าย Sony ที่ชื่อว่า Play station ซึ่งก็มาตั้งแต่ PS1 จนปัจจุบัน PS4 ซึ่งภาพเสียงและความสมจริงของเครื่องเล่นเกมส์นี้ก็มีความสวยงามและรายละเอียดที่มากกว่าเกมส์ตลับเพื่อให้อรรถรสในการเล่นขอผู้เล่นเพิ่มมากขึ้นแถมยังมีระบบ เซฟ ที่เกมส์ตลับไม่มีซึ่งจะทำให้ผู้เล่นที่เล่นวันนี้แล้วเลิกเล่นสามารถกดเซฟเกมส์ไว้เล่นต่อวันใหม่ได้อีกด้วย ซึ่งเกมส์ที่ดังมาก ๆ ของ Play station 1-2 ก็คงหนีไม่พ้น Harvestmoon หรือที่ผู้เล่นรู้จักกันในนามเกมส์ปลูกผักที่จะทำให้ผู้เล่นจำลองเป็นคน ๆ หนึ่งใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ หาของมาขาย จีบสาวและอื่น ๆ อีกมากมายเรียกได้ว่าเกมส์นี้จะทำให้มันดึงเราเข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการเลยทีเดียว และอีกหนึ่งเกมส์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Winning หรือเกมส์ฟุตบอลนั้นเอง ซึ่งเกมส์ฟุตบอลนี้เองฮิตกันมากในเครื่อง PS2 จนมาถึงยุคปัจจุบัน

ยุคต่อมาคือยุคที่คอมพิวเตอร์ครองเมือง (ตอนนี้ก็ยังฮิตอยู่) และยุคนี้นี่เองที่เข้ามาครองใจคนทั่วโลกเพราะเกมส์ที่คุณเล่นไม่ได้เล่นแค่คนเดียวหรือเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ กันเท่านั้นแต่สามารถเล่นกันได้ทั่วโลกผ่านอินเตอร์เน็ตที่ทุกคนรู้จักกันในนามเกมส์ออนไลน์นั่นเอง ซึ่งเกมส์ในยุคนี้ทั้งภาพและเสียงมีความสมจริงมากที่สุดและต่อมาไม่กี่ปีการพัฒนาของคอมพิวเตอร์ก็ได้เข้ามาสู่ Smartphone ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเครื่องที่คุณสามารถเล่นเกมส์ที่มีภาพสมจริงไม่แพ้คอมพิวเตอร์เลยทีเดียวเพราะเกมส์หลาย ๆ แนวที่แต่ก่อนต้องเล่นในคอมพิวเตอร์เท่านั้นเดี๋ยวนี้แค่คุณมี Smartphone คุณก็สามารถเล่นได้แล้ว ตัวอย่างเช่นที่ฮิต ๆ กันในปัจจุบันคงหนีไม่พ้น ROV หรือ PubG เป็นต้น ทั้งนี้ก็แล้วแต่ผู้เล่นจะเลือกเสพเพราะเครื่องเล่นเกมส์มีมากมายเหลือเกินในยุคนี้

ชีวิตติดหูฟัง เสียงที่ขาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

เคยมั้ยเวลาเราจะไปไหนมาไหนถึงแม้ว่าเราจะมีโทรศัพท์มือถือไปด้วยก็ตามแต่เราก็ยังคงรู้สึกขาด ๆ หาย ๆ อยู่ นั่นคงเป็นเพราะว่านอกจากโทรศัพท์มือถือแล้วยังมีสิ่งหนึ่งนั่นก็คือ หูฟัง ซึ่งคงไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่ามันเกิดมาคู่กันราวกับช้อนส้อมอย่างไงอย่างนั้น เพราะแน่นอนเพื่อนที่ดีที่สุดระหว่างที่เราเดินทางคงหนีไม่พ้นโทรศัพท์มือถือเป็นแน่ ไม่ว่าเรากำลังจะเดินทางกลับจากที่ทำงานเวลาเย็น ๆ อยู่บนรถเมล์ เดินทางไปเที่ยวตอนเย็นอยู่บนรถไฟฟ้าหรือแท็กซี่แทบทุกคนต้องหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเล่นและไม่ว่าคุณจะเล่น Facebook เพื่ออ่านข่าวอ่านเรื่องราวของแต่ละวันเพื่ออัพเดทสถานการณ์ จะเล่นเกมส์เพื่อฆ่าเวลา จะดูหนัง ฟังเพลง และอื่น ๆ ถ้าคุณไม่มีหูฟังคุณคงทำได้แค่เพียงเปิดเสียงเบา ๆ เพื่อไม่ให้รบกวนคนรอบข้าง และแน่นอนว่าอรรถรสในการเสพสื่อของคุณก็จะลดน้อยลงแทบจะ 50% เลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณผู้อ่านเคยได้ยินว่าในยุคปัจจุบันนี้โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ตคืออวัยวะที่ 33 ของมนุษย์แล้วล่ะก็หูฟังก็คงกลายมาเป็นอวัยวะที่ 34 ของมนุษย์แบบเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกัน

เนื่องจากเสียงเป็นหนึ่งในสื่อมัลติมีเดียที่สำคัญเพราะมันช่วยเพิ่มอรรถรสในการเสพสื่อให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ถ้าคุณไม่เชื่อลองดูหนังแล้วปิดเสียงหรือเล่นเกมส์แล้วปิดเสียงดู คุณจะรู้เลยว่าเสียงสำคัญมากขนาดไหน จึงทำให้เสียงมีวิวัฒนาการ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่นแต่ก่อนเราจะดูโทรทัศน์เสียงก็มีติดมากับโทรทัศน์อยู่แล้วแต่ความไม่หยุดพัฒนาของมนุษย์เราก็ได้คิดให้มีเครื่องที่แยกเสียงออกมาจากตัวเครื่องเล่นต่าง ๆ เพื่อให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น จนมาเป็นลำโพงแยกชนิดต่าง ๆ ที่ราคาหลักร้อยไปจนถึงชุดโฮมเธียเตอร์ที่ราคาหลักแสนหลักล้านก็มี และเพื่อให้เสียงเดินทางไปไหนมาไหนกับเราได้สะดวกจึงเกิดสิ่งที่เรียกว่าหูฟังเข้ามา และหูฟังนี่เองก็มีตั้งแต่เกรดธรรมดาที่ฟังพอได้ยินเสียงไปจนถึงเกรดพรีเมี่ยมที่เรียกได้ว่าพออุดหูปุ๊บเหมือนยกเอาชุดโฮมเธียเตอร์ขนาดย่อม ๆ มาไว้กับเราเลยทีเดียว พออ่านมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านคงเห็นแล้วว่าหูฟังมันมีประโยชน์และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยจริง ๆ

เมื่อก่อนหูฟังอาจจะเป็นแค่อุปกรณ์ในการฟังเสียงแต่ก็มียุคหนึ่งหูฟังกลายมาเป็นแฟชั่น (ยุคนี้บางกลุ่มก็มี) หากเราเดินไปในสถานที่หนึ่งแล้วนับคนที่เดินผ่านเราสักสิบคนเชื่อได้เลยว่าหนึ่งในสิบคนนั้นต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ใส่หูฟัง ซึ่งหากเป็นยุคที่เครื่องเล่นเพลงอย่างพวก Sony walkman หรือเครื่องเล่น MP3 MP4 ดัง ๆ เราจะเห็นคนใส่หูฟังติดหูไว้ตลอดเวลา มีทั้งแบบธรรมดาเล็ก ๆ เหมือนของที่แถมกับพวกโทรศัพท์ไปจนถึงแบบที่ครอบหูเลยทีเดียว ซึ่งในยุคนั้นแฟชั่นนี้ฮิตมากในหมู่วัยรุ่นแนว  Street หรือแนว Hip Hop จนลามมามีอิทธิพลถึงในปัจจุบันด้วย

Instagram แต่ง แชร์ จบ ครบเครื่องเรื่องรูปภาพ

หากเรามีภาพถ่ายสวย ๆ ที่เราเพิ่งถ่ายเสร็จ แต่ยังรู้สึกว่าภาพที่ถ่ายยังขาดมิติของรูปอยู่ อยากจะแต่งรูปแต่ก็ไม่มีความรู้ด้านนี้จะใช้ แอปอะไรแต่งดี ต้องแสงเท่าไหร่ เงาแค่ไหน ความเข้มยังไง คงปวดหัวแย่ถ้าเราไม่เคยเรียนเรื่องแต่งรูปหรือใช้โปรแกรมในการแต่ง แต่ปัจจุบันได้มีหนึ่ง แอปพลิเคชันที่เรียกได้ว่าเป็นโซเชียลมีเดียทางด้านรูปภาพ หรือวิดีโอที่ได้รับความนิยมสูงมาก ๆ จากผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ทั้งดารา นางแบบ นายแบบ นักร้อง นักกีฬา ไปจนถึงคนธรรมดาอย่างเรา ๆ แอปนั้นก็คือ อินสตาแกรม

ความพิเศษของอินสตาแกรมก็คือ สมมุติว่าคุณมีรูปภาพที่ถ่ายมาแล้วคุณก็เข้าไปยังแอป จากนั้นก็เปิดรูปภาพคุณขึ้นมาอินสตาแกรม จะมีให้คุณเลือกแบบอิสระ ตั้งแต่รูปแบบสำเร็จรูปก็คือเราเลือกฟิลเตอร์สำเร็จรูปที่อินสตาแกรมมีให้ ซึ่งต้องบอกว่ามีมากมายให้เราเลือกตามความเหมาะสมของรูปถ่ายของเรา หรือตามความชอบของเราเอง ซึ่งถ้าเรายังไม่พอใจเราสามารถแต่งเพิ่มเติมได้ภายใน แอปทั้งใส่แสงแต่งสีใส่เงาก็สามารถทำได้ใน แอปเดียว เรียกได้ว่าเหมาะกับทุกคน ทั้งคนที่ขี้เกียจไม่มีความรู้ในการแต่งรูปก็เลือกฟิลเตอร์สำเร็จรูปที่อินสตาแกรมมีให้ ส่วนคนที่ชอบที่จะแต่งเพิ่มเติมด้วยตัวเองอินสตาแกรมก็สามารถให้คุณปรับแต่งเองได้ตามใจชอบอีกด้วย อินสตาแกรมจึงเป็นแอปที่คนทั่วโลกเลือกใช้เนื่องจากมีความง่ายต่อการทำ แต่ในความง่ายนี้ก็ใช่ว่าจะไม่สวย แต่กลับทำให้รูปของเรามีความสวยและสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว ซึ่งความพิเศษของอินสตาแกรมไม่ใช่แค่เพียงเป็น แอปสำเร็จรูปสำหรับการแต่งรูปเท่านั้น แต่ยังเป็น แอปโซเชียลมีเดียที่เรียกได้ว่าติดอันดับต้น ๆ ของโลกอีกด้วยเพราะคนดังระดับโลกหลาย ๆ คนก็ไม่ได้ใช้เฟสบุ๊คแต่กลับเลือกสื่อสาธารณะอย่างอินสตาแกรมมาใช้แทน ความสามารถของอินสตาแกรมนอกจากแต่งรูปแล้ว ยังสามารถอัพรูปโพสลงในอินสตาแกรมได้เลย เพราะอินสตาแกรมก็เป็นหนึ่งในแอปที่เป็นโซเชียลมีเดียคล้าย ๆ กับเฟสบุ๊ค แล้วนอกจากอัพรูปยังสามารถอัพวิดีโอหรือโพสสิ่งต่าง ๆ พร้อมรูปได้อีกด้วย รวมถึงการแชทซึ่งอินสตาแกรมก็สามารถทำได้ แม้จะไม่ค่อยดีเหมือนพี่ใหญ่แบบเฟสบุ๊คก็ตาม นอกจากนั้นอินสตาแกรมยังสามารถให้คุณแชร์รูปที่แต่งเสร็จไปยังโซเชียลมีเดียอื่น อย่างเฟสบุ๊คหรือทวิตเตอร์ได้อีกด้วย

ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คนบางอารมณ์ก็อยากเสพแค่รูปภาพ ซึ่งถ้าเข้าไปเล่นเฟสบุ๊คก็เจอแต่โพสหรือเพจข่าวต่าง ๆ จึงทำให้หลายคนหันมาใช้อินสตาแกรมแทน เพราะไม่ว่าจะเลื่อนไปไหนสิ่งที่คุณจะเจอในอินสตาแกรมจะมีแค่เพียงรูปกับวิดีโอเท่านั้น จึงทำให้ผู้ที่ใช้งานที่ไม่ได้ชอบดูโพสของชาวบ้านแต่อยากดูแค่รูปหันมาใช้งานอินสตาแกรมมากยิ่งขึ้น

Facebook สื่อมัลติมีเดียรูปแบบใหม่ที่คนทั่วโลกนิยม

ตั้งแต่มีสิ่งที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ตเกิดขึ้นมาทำให้สังคมเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร หรือแม้แต่แต่การรับข่าวสารต่าง ๆ ซึ่งหากเป็นเมื่อก่อนจะติดต่อกันก็ต้องใช้จดหมาย และมาถึงโทรศัพท์ เป็นลำดับ หากต้องการรู้เท่าทันเหตุการณ์บ้านเมือง เราก็จะอ่านผ่านหนังสือพิมพ์ จนมาถึงยุคของโทรทัศน์ แต่ในปัจจุบันนี้เฟสบุ๊คเกิดขึ้นมา ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเป็นช่องทางของการติดตามข่าวสารที่ไวแบบเรียลไทม์ เรียกได้ว่าข่าวเกิดที่อเมริกาเมื่อ 5 นาทีที่ผ่านมา เราก็สามารถรับรู้ได้ทันที วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับเฟสบุ๊คกัน

หากใครทันยุคของ Hi5 ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เอาไว้ให้เราค้นหาเพื่อน ติดตามเพื่อนได้ทั่วโลก ใส่เพลง แต่งโปรไฟล์ไว้อวดกัน แล้วถ้าอยากคุยกันเราก็ต้องขออีเมล์เพื่อมาเพิ่มเพื่อนคุยใน MSN (โปรแกรมแชท) ซึ่งเรียกได้ว่าค่อนข้างวุ่นวาย แต่เฟสบุ๊คนี้ออกแบบมาให้ใช้งานที่ง่ายมาก ๆ เพราะว่าสามารถทั้งคุยแชทและดูโปรไฟล์ได้โดยที่เราไม่ต้องไปแยกขออีเมล์ เพื่อไปแชทในโปรแกรมอื่นเลย เรียกได้ว่าครบจบในเว็บไซต์เดียว ซึ่งเฟสบุ๊คก็สามารถใช้งานได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณสมัครใช้งานเสร็จแล้วก็สร้างโปรไฟล์ของคุณ ใส่รูปประจำตัวใส่ประวัติคร่าว ๆ ที่อยากให้เพื่อนเห็นจากนั้นก็เพิ่มเพื่อนที่เราอยากรู้จักแล้ว พอมีการรับเพื่อนเกิดขึ้นเราก็สามารถเข้าไปดูโปรไฟล์ของเพื่อนและแชทกับเพื่อนคนนั้นได้แล้ว เห็นไหมล่ะว่าง่ายนิดเดียว

และในปัจจุบันสิ่งที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจเข้ามาใช้งานเฟสบุ๊คก็คงหนีไม่พ้นการใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อน สามารถติดตามข่าวสารจากเพจต่าง ๆ ได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ข่าว หนัง กีฬา หรือความบันเทิงต่าง ๆ เช่นเล่นเกมส์ เฟสบุ๊คก็สามารถให้คุณทำได้ในเว็บไซต์เดียว แล้วในปัจจุบันนี้เฟสบุ๊คก็มีแอปพลิเคชันให้คุณใช้งานผ่านมือถือ เพียงเข้าไปในแอปคุณก็สามารถเลื่อนดูข่าวหรือคนที่คุณติดตามได้แล้ว หรือหากใครต้องการจะแชทก็ทำได้ผ่านแมสเซนเจอร์ของเฟสบุ๊ค ซึ่งสิ่งที่แมสเซนเจอร์ทำได้ก็มีทั้ง แชท ส่งสติ๊กเกอร์ ส่งรูปภาพ โทรหา หรือแม้กระทั่งคุยแบบเห็นหน้า แอปนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน เรียกได้ว่าเฟสบุ๊คเข้ามามีบทบาทกับสังคมยุคนี้เป็นอย่างมาก เพราะมันทำได้หลายอย่าง ทั้งคุยกันหรือติดตามข่าวสารแบบเรียลไทม์ก็สามารถทำได้ จนตอนนี้กลายเป็นแอปพลิเคชันที่ติดอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว อีกทั้งเฟสบุ๊คยังรู้ใจเรารู้ว่าเราเข้าดูอันไหนบ่อย ๆ หรือเราไม่ค่อยเข้าดูอันไหน เฟสบุ๊คก็จะจัดการไทม์ไลน์ ให้เราแสดงสิ่งที่เราชอบ(ที่เข้าบ่อย)ให้เราก่อนเป็นอันดับแรก เรียกได้ว่าถูกใจผู้ใช้หลายคนมาก ๆ

เอาล่ะเราเห็นสิ่งที่เฟสบุ๊คทำได้แล้ว คราวนี้มาถึงตาของผู้ใช้งานบ้าง เนื่องจากไทม์ไลน์ของเราผู้คนที่ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก ทีนี้เราจะใช้งานอะไรก็ต้องใช้แบบมีสติข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ ก็ไม่ควรนำไปโพสลงบนเฟสบุ๊ค มิเช่นนั้นอาจเกิดการรั่วไหลของข้อมูลได้ เพราะเราต้องอย่าลืมว่าบนอินเตอร์เน็ตคือโลกเปิดไม่มีอะไรปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

GPS ระบบนำทางอัจฉริยะที่ช่วยให้ชีวิตในการเดินทางง่ายขึ้น

หากใครเคยดูหนังเก่า ๆ ของทางต่างประเทศเราคงจะคุ้นชินกับการเห็นตัวเอกของเรื่องขับรถไปบนถนนโล่ง ๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยบรรยากาศดี ๆ เห็นฟาร์มที่มีการเลี้ยงสัตว์ทำสวนอยู่เป็นระยะ นาน ๆ ทีจะมีร้านอาหารข้างทางที่มีร้านสะดวกซื้อเก่า ๆ ปั๊มน้ำมันเติมเอง และโรงแรม Motel ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหนังสยองขวัญ โดยตัวเอกขับรถไปโดยมีแค่แผนที่เก่า ๆ หนึ่งแผ่นที่เอามากางดูขณะขับรถว่าถึงกิโลเมตรที่เท่าไหร่อีกไกลแค่ไหนจะถึงจุดพักรถ ซึ่งทำให้ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

แต่ปัจจุบันหากเราอยากชิวเหมือนในหนังโดยการขับรถไปเรื่อย ๆ กางแผนที่ขณะขับรถเหมือนพระเอกหนังคงแทบเป็นไปไม่ได้เนื่องจากสภาพบนท้องถนนบ้านเราซึ่งทั้งรถเยอะ รถติด คนขับเร็ว นี่ยังไม่รวมถึงการที่ต้องไปเจอเพื่อนร่วมทางแย่ ๆ ขับรถตัดหน้า ปาดซ้ายปาดขวาอีกคงลืมไปได้เลยหากต้องการขับแบบพระเอกในหนัง และแล้วก็ได้กำเนิดตัวนำทางที่ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้แผนที่ขึ้นมาสิ่งนั้นก็คือ GPS ซึ่งมาจากคำว่า Global Positioning System ซึ่งเป็นการระบุตำแหน่งจากพื้นโลกผ่านดาวเทียมนั่นเอง ซึ่งการทำงานของ GPS ก็อ้างอิงมาจากการจำลองของแผนที่โลก ซึ่งแน่นอนว่ามีความแม่นยำค่อนข้างสูงเพราะดาวเทียมเห็นภาพมุมสูงจากบนอวกาศ ถึงแม้ว่าแรก ๆ GPS จะนำทางผิดบ่อย ๆ ก็ตาม แต่ในปัจจุบันนี้ก็ได้มีการแก้ไขข้อบกพร่องในหลาย ๆ จุดจนเรียกได้ว่าความเสถียรของ GPS นั้นแทบจะ100%

เอาล่ะ เรามาทำความรู้จักกันว่าระบบนำทางของ GPS ทำงานอย่างไร ซึ่งแน่นอนแอปพลิเคชันนำทางคงเป็นแอพฯสามัญที่น่าจะมีประจำในสมาร์ทโฟนทุกเครื่อง โดยการทำงานของมันนั้นก็แสนง่ายดายแค่เพียงเปิดระบุตำแหน่งปัจจุบันของเราจากนั้นก็เข้าไปในแอพฯและก็ทำการค้นหาสถานที่ที่เราต้องการจะไปผ่านช่องค้นหาของแอพฯจากนั้น GPS ก็จะทำการคำนวณเส้นทางระหว่างจุดที่เราอยู่กับสถานที่เป้าหมายที่เราต้องการจะไปให้ โดยจะคำนวณทั้งเส้นทางและระยะเวลาที่จะถึงตำแหน่งเป้าหมายโดยจะดูว่าคุณจะไปโดยวิธีการใดไม่ว่าจะเป็น เดิน รถประจำทาง หรือรถส่วนตัว ซึ่งการเดินทางแต่ละแบบก็จะใช้ระยะเวลาที่แตกต่างกัน และนอกจากนี้แล้ว GPS ยังทำการคำนวณสภาพการจราจรให้เราอีกด้วย ว่าเส้นทางไหนในการเดินทางจะใช้เวลาน้อยที่สุดเรียกได้ว่าทำให้เราประหยัดเวลารถติดไปได้เยอะทีเดียว และการทำงานของ GPS ยังง่ายดายเพราะมันสามารถตอบโต้กับเราด้วยเสียงได้ด้วย เช่น เราพูดด้วยเสียง GPS ก็จะบอกทางเราเป็นระยะด้วยเสียงเหมือนกัน เช่น ตรงไป 100 เมตร เลี้ยวซ้าย พอถึงทางเลี้ยวก็บอกซ้ำอีกว่าเลี้ยวซ้าย เป็นต้น จึงทำให้เราไม่ต้องมาก้มดูมันตลอดเวลา

เห็นไหมล่ะว่าการมีระบบนำทางอัจฉริยะอยู่ในสมาร์ทโฟนทำให้ชีวิตเราง่ายขนาดไหน ทีนี้พอถึงวันหยุดเราอยากขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ไม่ต้องกลัวหลงอีกต่อไปเพราะนอกจากหาเส้นทางแล้วมันยังสามารถหาสถานที่ต่าง ๆ ปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทางที่ดีทีเดียว

ยกทั้งห้องอัดเสียงมาไว้ในมือคุณด้วยแอปพลิเคชันทำเพลง

เคยมีคนบอกไว้ว่าบางครั้งแรงบันดาลใจอาจไม่ได้มาจากที่ทำงาน ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักในการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ในวันหยุดพบเจอสิ่งใหม่ ๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจ เดินทางไปพร้อมกับเพลงโปรดของคุณ และคุณเองก็ไม่ได้แค่ชอบฟังเพลงแต่ยังชอบ Cover หรือแม้กระทั่งแต่งเพลงเองเพื่อที่จะโพสลงในโซเชียลแล้วล่ะก็ หากเป็นเมื่อก่อนคุณก็คงต้องมีสมุดซักเล่มปากกาซักแท่งและถ้าหากอยากเขียนเพลงแบบมีทำนองไปด้วยคุณคงต้องพกเครื่องดนตรีเช่น กีต้าร์ หรือ อูคูเลเล่ ซึ่งแน่นอนถ้าหากไปในต่างที่คงจะไม่สะดวกเป็นแน่ และเมื่อเขียนเพลงเขียนคอร์ดเสร็จสิ่งต่อมาที่ต้องทำคือหาห้องอัดเสียงเพื่อที่จะได้อัดเพลงใหม่ที่คุณเพิ่งแต่งเสร็จ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อแอปพลิเคชันที่ใช้ในการแต่งเพลงที่ชื่อว่า Garage Band ซึ่งแอพฯนี้เป็นแอพฯประจำตระกูลไอต่าง ๆ ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น Ipod Ipad Iphone หรือแม้แต่ Mac เองและแอพฯนี้ก็มีสโลแกนว่า “โลกทั้งใบคือดนตรีส่วนนี้คือเครื่องดนตรีของคุณ” ซึ่งฟังแค่นี้ก็ร้องว้าวแล้วเพราะนี่เป็นสวรรค์ของคนทำเพลงชัด ๆ ซึ่งความสามารถของมันก็ทำได้หลายอย่างตั้งแต่อัดเสียงร้อง อัดทำนอง ผ่านเครื่องดนตรีไปชนิดต่าง ๆ ภายในแอพฯไปจนถึงโพสลงโซเชียลเลยทีเดียว โดยความพิเศษของแอปพลิเคชันนี้เรียกได้ว่าเหมือนยกมาทั้งสตูดิโออัดเสียงเลยทีเดียว ขอแค่คุณมีที่เงียบ ๆ ให้อัดเสียงร้องของคุณ ซึ่งคุณลักษณะของห้องอัดที่ในบ้านเราที่ทั้งเก็บเสียงและก้องกังวานคงหนีไม่พ้นห้องน้ำเป็นแน่ และการอัดเสียง

โดยแอปพลิเคชัน Garage Band เรียกได้ว่าจำลองสตูดิโอย่อม ๆ มาก็จริง แต่การใช้งานไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้นเพราะถ้าหากเข้าใจปรัชญาของตระกูล Apple แล้วล่ะก็เจ้านี้เขาเน้นความเรียบหรูดูดีและใช้งานง่าย และอีกอย่างแอพฯนี้ก็ถูกผลิตโดย Apple เองด้วยเพราะฉะนั้นเรื่องความซับซ้อนแทบไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเจ้านี้เค้าเน้นเรื่องการตัดความซับซ้อนอยู่แล้ว ว่าแล้วก็ไปดูวิธีการใช้งานอย่างง่ายกันเลยดีกว่า เริ่มด้วยสร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาจากนั้นเลือกเครื่องดนตรีซึ่งบอกเลยว่าเครื่องดนตรีจัดเต็มมาก ๆ เช่น กีต้าร์ เบส คีย์บอร์ด ไวโอลิน กลอง และเครื่องดนตรีแต่ละชนิดก็สามารถลงลึกลงไปได้อีก ตัวอย่างเช่น กีต้าร์เลือกได้ว่า โปร่ง หรือ ไฟฟ้า คีย์บอร์ดเลือกเสียงได้ว่าจะเอาเสียงไหน กลองก็เลือกชนิดได้ว่าจะเอาธรรมดา กลองชุด หรือ อีดีเอ็ม ซึ่งนี่แค่ตัวอย่างเท่านั้น เมื่อได้เครื่องดนตรีแล้วเราก็สร้างทำนองเองขึ้นมาจากนั้นก็เซฟไว้ ซึ่งเมื่อเลือกชนิดของเครื่องดนตรีแล้วเครื่องแต่ละเครื่องก็จะอัดไว้ในแทรคคนละแทรคกัน จากนั้นค่อยนำแต่ละแทรคมามิกซ์กัน แล้วก็อัดเสียงร้องของเราลงไปซึ่งเปิดดนตรีที่เรามิกซ์ไว้ขึ้นมา แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

ฟังดูอาจเหมือนยากเพราะอัดแยกแต่ละอย่างเหมือนห้องอัดจริง ๆ แต่ความจริงแล้วหากได้ลองใช้งานดูมันแสนง่ายดายด้วยสามขั้นตอน เปิด สร้าง แชร์ ตามสโลแกน “โลกทั้งใบคือดนตรีส่วนนี่คือเครื่องดนตรีคุณ”  เท่านี้ก็ทำให้การอัดเสียงไม่ได้อยู่แค่ในห้องอัดอีกต่อไป

 

เสียง ส่วนประกอบที่ลงตัวของมัลติมีเดีย

ถ้าพูดถึงเรื่องเสียงต้องบอกเลยว่าคือศิลปะที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติขนานแท้ เนื่องจากมันคือองค์ประกอบอย่างหนึ่งที่ทำให้ทุก ๆ สิ่งสมบูรณ์แบบ โดยที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย ถ้าหากคุณมองออกไปที่นอกหน้าต่างแล้วเห็นลำธารที่กำลังไหลอยู่ แน่นอนว่าคงทำให้คุณรู้สึกดีไม่ใช่น้อย แต่ถ้าหากคุณได้ยินเสียงน้ำที่กำลังไหลอยู่ด้วยล่ะ แน่นอนว่ามันคงจะเพิ่มความฟินให้อีกเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

ถ้าหากพูดเรื่องเสียงแล้วมีหลากหลายเสียงมากที่มาจากธรรมชาติแล้วให้ความรู้สึกไพเราะ สดชื่น สงบ และมีความความสุขทุกครั้งที่ได้ยิน เช่น เสียงคลื่นจากทะเล เสียงไม้ไผ่เสียดสีกัน เสียงนกร้อง เป็นต้น ซึ่งต่อมาเสียงเหล่านี้ก็ได้ถูกนำมาทำเป็นเครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งนำมาประกอบกับภาพนิ่งหรือวิดีโอ เพื่อทำให้สิ่งเหล่านั้นดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

เมื่อเสียงที่เราได้ยินจากธรรมชาตินั้น ในเวลาต่อมาถูกนำมาทำเป็นเครื่องดนตรี ซึ่งทำให้เกิดความเพลิดเพลินและผ่อนคลายเมื่อได้รับฟัง ทำให้เสียงมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อย ๆ เครื่องดนตรีหลากหลายชนิดก็เกิดการพัฒนามากขึ้นด้วยเช่นกัน ในอดีตเสียงเคยมีมาตั้งแต่ธรรมชาติ จนมาถึงยุคที่มนุษย์สร้างขึ้น จนต่อมาเสียงได้เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมหลาย ๆ อย่าง ตั่งแต่ยุคสมัยเครื่องเล่นแผ่นเสียงซึ่งนิยมนำมาเปิดในงานเลี้ยงต่าง ๆ ไปจนถึงเปิดฟังคนเดียวเพื่อคลายเหงา ต่อมาเสียงได้เข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นในยุคของวิทยุ ซึ่งคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักวิทยุ เพราะในยุคสมัยหนึ่งมันได้เข้ามามีบทบาทกับสังคมเป็นอย่างมาก เพราะในวิทยุมีทั้งข่าวสารบ้านเมืองต่าง ๆ มีเพลงเพราะ ๆ ให้ฟัง และในยุคหนึ่งเคยมีละครที่มีแค่เสียง แต่ก็ทำให้คนติดไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เรียกได้ว่าติดกันอย่างกับละครหลังข่าวของยุคนี้เลยก็ว่าได้

พอมาถึงยุคที่ข้อมูลข่าวสารหรือแม้กระทั่งสื่อต่าง ๆ มาในรูปแบบของมัลติมีเดีย ซึ่งคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการจะทำโฆษณาข่าวสาร ละคร รายการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในทีวีหรืออินเตอร์เน็ต การนำเสียงเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้สิ่งที่ต้องการจะสื่อเข้าถึงอารมณ์ได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดเสียงเพลงเสียงดนตรีหรือแม้กระทั่งเสียงที่มาจากธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่ทำให้สื่อที่เป็นในรูปแบบมัลติมีเดียเกิดความสมบูรณ์ทั้งนั้น หากเราคิดถึงสื่อหนึ่งสื่อที่มีความสมบูรณ์แบบสื่อเหล่านั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประกอบไปด้วย
1.รูปภาพ
2.วิดีโอ
3.ตัวอักษร
4.เสียง
และในปัจจุบันเครื่องเล่นสื่อที่อยู่ในรูปแบบของเสียงก็มีมากมาย เช่น เครื่องเล่นCD เครื่องเล่นMP3 MP4 วิทยุ เป็นต้น

เห็นหรือยังว่าเสียงมีความสำคัญขนาดไหนต่อการรับรู้ของเรา เพราะนอกจากเสียงจะช่วยเพิ่มอรรถรสของการเสพสื่อประเภทต่าง ๆ แล้วนั้น เสียงยังส่งผลต่อระบบความจำและความรู้สึกของเราอีกด้วยเพราะการที่เราอ่านอย่างเดียวบางทีมันก็เข้าไม่ถึงอารมณ์ของผู้ที่จะสื่อ จึงมีสื่อมัลติมีเดียหลายสื่อออกมาในรูปแบบของเสียง ตัวอย่างเช่นหนังสือเสียงประเภทต่าง ๆ นั่นเอง