GPS ระบบนำทางอัจฉริยะที่ช่วยให้ชีวิตในการเดินทางง่ายขึ้น

หากใครเคยดูหนังเก่า ๆ ของทางต่างประเทศเราคงจะคุ้นชินกับการเห็นตัวเอกของเรื่องขับรถไปบนถนนโล่ง ๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยบรรยากาศดี ๆ เห็นฟาร์มที่มีการเลี้ยงสัตว์ทำสวนอยู่เป็นระยะ นาน ๆ ทีจะมีร้านอาหารข้างทางที่มีร้านสะดวกซื้อเก่า ๆ ปั๊มน้ำมันเติมเอง และโรงแรม Motel ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหนังสยองขวัญ โดยตัวเอกขับรถไปโดยมีแค่แผนที่เก่า ๆ หนึ่งแผ่นที่เอามากางดูขณะขับรถว่าถึงกิโลเมตรที่เท่าไหร่อีกไกลแค่ไหนจะถึงจุดพักรถ ซึ่งทำให้ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

แต่ปัจจุบันหากเราอยากชิวเหมือนในหนังโดยการขับรถไปเรื่อย ๆ กางแผนที่ขณะขับรถเหมือนพระเอกหนังคงแทบเป็นไปไม่ได้เนื่องจากสภาพบนท้องถนนบ้านเราซึ่งทั้งรถเยอะ รถติด คนขับเร็ว นี่ยังไม่รวมถึงการที่ต้องไปเจอเพื่อนร่วมทางแย่ ๆ ขับรถตัดหน้า ปาดซ้ายปาดขวาอีกคงลืมไปได้เลยหากต้องการขับแบบพระเอกในหนัง และแล้วก็ได้กำเนิดตัวนำทางที่ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้แผนที่ขึ้นมาสิ่งนั้นก็คือ GPS ซึ่งมาจากคำว่า Global Positioning System ซึ่งเป็นการระบุตำแหน่งจากพื้นโลกผ่านดาวเทียมนั่นเอง ซึ่งการทำงานของ GPS ก็อ้างอิงมาจากการจำลองของแผนที่โลก ซึ่งแน่นอนว่ามีความแม่นยำค่อนข้างสูงเพราะดาวเทียมเห็นภาพมุมสูงจากบนอวกาศ ถึงแม้ว่าแรก ๆ GPS จะนำทางผิดบ่อย ๆ ก็ตาม แต่ในปัจจุบันนี้ก็ได้มีการแก้ไขข้อบกพร่องในหลาย ๆ จุดจนเรียกได้ว่าความเสถียรของ GPS นั้นแทบจะ100%

เอาล่ะ เรามาทำความรู้จักกันว่าระบบนำทางของ GPS ทำงานอย่างไร ซึ่งแน่นอนแอปพลิเคชันนำทางคงเป็นแอพฯสามัญที่น่าจะมีประจำในสมาร์ทโฟนทุกเครื่อง โดยการทำงานของมันนั้นก็แสนง่ายดายแค่เพียงเปิดระบุตำแหน่งปัจจุบันของเราจากนั้นก็เข้าไปในแอพฯและก็ทำการค้นหาสถานที่ที่เราต้องการจะไปผ่านช่องค้นหาของแอพฯจากนั้น GPS ก็จะทำการคำนวณเส้นทางระหว่างจุดที่เราอยู่กับสถานที่เป้าหมายที่เราต้องการจะไปให้ โดยจะคำนวณทั้งเส้นทางและระยะเวลาที่จะถึงตำแหน่งเป้าหมายโดยจะดูว่าคุณจะไปโดยวิธีการใดไม่ว่าจะเป็น เดิน รถประจำทาง หรือรถส่วนตัว ซึ่งการเดินทางแต่ละแบบก็จะใช้ระยะเวลาที่แตกต่างกัน และนอกจากนี้แล้ว GPS ยังทำการคำนวณสภาพการจราจรให้เราอีกด้วย ว่าเส้นทางไหนในการเดินทางจะใช้เวลาน้อยที่สุดเรียกได้ว่าทำให้เราประหยัดเวลารถติดไปได้เยอะทีเดียว และการทำงานของ GPS ยังง่ายดายเพราะมันสามารถตอบโต้กับเราด้วยเสียงได้ด้วย เช่น เราพูดด้วยเสียง GPS ก็จะบอกทางเราเป็นระยะด้วยเสียงเหมือนกัน เช่น ตรงไป 100 เมตร เลี้ยวซ้าย พอถึงทางเลี้ยวก็บอกซ้ำอีกว่าเลี้ยวซ้าย เป็นต้น จึงทำให้เราไม่ต้องมาก้มดูมันตลอดเวลา

เห็นไหมล่ะว่าการมีระบบนำทางอัจฉริยะอยู่ในสมาร์ทโฟนทำให้ชีวิตเราง่ายขนาดไหน ทีนี้พอถึงวันหยุดเราอยากขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ไม่ต้องกลัวหลงอีกต่อไปเพราะนอกจากหาเส้นทางแล้วมันยังสามารถหาสถานที่ต่าง ๆ ปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทางที่ดีทีเดียว