แว่น VR เทคโนโลยีภาพเสมือนแห่งจินตนาการแบบโลกอนาคต

จะดีแค่ไหนถ้าหากวันนี้เราหนีโลกที่วุ่นวายและเข้าไปอยู่โลกแห่งจินตนาการแบบที่มีภาพและแสงสีเสียงแบบในแอนิเมชันได้ คงทำให้เรารู้สึกดีไม่ใช่น้อย ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าตึกสูง ๆ รถบนท้องถนน ต้นไม้ ผู้คน และสิ่งต่าง ๆ ที่เรามองเห็น ถ้าหากว่าสิ่งเหล่านี้ถูกเปลี่ยนมาเป็นภาพการ์ตูนแอนิเมชันแล้วล่ะก็คงจะสบายตาไม่ใช่น้อย ซึ่งหลายคนคงเคยได้เห็นจากหนังดังอย่าง Ready player one มาแล้วว่าการเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนมันสนุกและน่าตื่นเต้นขนาดไหน

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันว่าแว่น VR คืออะไรเริ่มจากคำว่า VR ซึ่งมาจากคำว่า Virtual Reality แปลให้เข้าใจคือ ความเสมือนจริงซึ่งแว่นนี้จะมีลักษณะทางกายภาพคล้าย ๆ แว่นตาว่ายน้ำหรือแว่นตาสำหรับขับมอเตอร์ไซค์ของพวกไบค์เกอร์ โดยมีลักษณะแบบครอบทั้งสองตาเพื่อกันลมเข้าตา (หากเป็นแว่นขับมอเตอร์ไซค์) แต่สำหรับแว่น VR แล้วที่มีลักษณะครอบทั้งสองตาแถมข้างในยังมืดทึบแล้วก็เพราะว่าต้องการให้ภาพที่แสดงทางแว่นเวลาเราใส่มีความเป็น 360 องศาเหมือนกับสายตาปกติที่เรามองเห็นอยู่นั่นเอง แต่ทั้งนี้แว่น VR เองก็ต้องมีอุปกรณ์เข้ามาช่วย เช่น เชื่อมกับ คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกมส์ โทรศัพท์มือถือ นั่นเอง เพราะตัวแว่นจะทำแค่เพียงหน้าที่แสดงผลการมองเห็นของเครื่องเหล่านั้นพูดง่าย ๆคือสมมุติว่าเรามองดูจอทีวีเราก็จะเห็นแค่ในจอแสดงออกมาและเห็นขอบเขตเพราะทีวีมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมเราก็จะเห็นภาพในรูปแบบที่จำกัด ซึ่งต่างกันกับแว่น VR ที่แสดงให้เราเห็นแบบรอบทิศทางไม่ว่าจะหันไปทางไหนภาพนั้นก็จะติดตาเราไปด้วยตราบเท่าที่เรายังใส่แว่นอยู่ และถ้าหากเรามีหูฟังดี ๆ ที่เล่นเสียงแบบจัดเต็มแล้วล่ะก็การดูหนังฟังเพลงหรือแม้กระทั่งเล่นเกมส์ก็จะมอบอรรถรสความสมจริงให้ผู้ใช้งานเรียกได้ว่าหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการเลยก็ว่าได้ ลองคิดดูนะว่าถ้าหากเรามีแว่นที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์มีหูฟังดี ๆ แล้วนั่งดูหนังผ่านแว่นหรือเล่นเกมส์ผ่านแว่นมันคงให้ความรู้สึกที่สุดแสนจะจินตนาการเหมือนหลุดเข้าไปในนั้นเลย

แต่ก็ใช่ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีแว่น VR จะไม่มีเพราะสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ก็ได้เริ่มมีเข้ามาใช้กันในบางอุตสาหกรรมแล้วไม่ว่าจะเป็นเกมส์บางเกมส์ ที่ใส่แว่นเล่นซึ่งทำให้ผู้เล่นเหมือนหลุดเข้าไปในเกมส์เลยทีเดียว แต่มันก็ทำให้เห็นแค่บางฉากของเกมส์ที่เกมส์ต้องการให้เราเห็นมันไม่ได้ดำเนินเรื่องด้วยตัวเราเองแบบ 360 องศา อย่างที่กล่าวเหมือนในหนัง Ready player one แต่ก็ถือเป็นการพัฒนาไปอีกขั้นของเทคโนโลยีในปัจจุบัน แต่เชื่อเถอะว่าอีกไม่นานคงมีการเปิดโลกเสมือนจริงขึ้นมาที่จำลองโลกทั้งใบเดินไปไหนมาไหนเป็นแอนิเมชัน ใช้ชีวิตแบบเรียลไทม์ผ่านตัวแว่น เดินไปไหนมาไหนผ่านลู่วิ่งที่มีอยู่รอบตัวเราทำให้เราใช้ชีวิตเป็นตัวแอนิเมชันได้ แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหวแล้ว

วุ้นแปลภาษาของวิเศษสุดมหัศจรรย์ของโดเรม่อน

เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยมีใครไม่รู้จักการ์ตูนอมตะตลอดกาลอย่างโดเรม่อนซึ่งครองใจคนแทบทุกวัยมาแล้วกว่าหลายสิบปีซึ่งแทบทุกตอนที่โดเรม่อนต้องเดินทางไปในต่างแดนไม่ว่าจะเป็นเมืองบนฟ้า เมืองในป่า หรือแม้แต่ในอวกาศ ที่ทำให้พวกเขาต้องเจอกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่เข้าใจภาษาของมนุษย์ โดเรม่อนจะมักนำของวิเศษชนิดหนึ่งออกมาเพื่อใช้ในการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ มนุษย์ต่างดาว ซึ่งเมื่อกินเข้าไปแล้วไม่ว่าจะภาษาอะไรถึงแม้ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็สามารถฟังและสื่อสารกันรู้เรื่อง ดูเหมือนว่าเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์เวลาเดินทางมาก ๆ จนทำให้เราเคยคิดว่าถ้ามีจริงก็คงดี

ซึ่งในวันหยุดยาวของทุก ๆ ปีไม่ว่าจะเป็นปิดเทอมใหญ่ของวัยเรียนหรือลาพักร้อนของวัยทำงานหนึ่งสิ่งที่เรา ๆ อยากทำมากที่สุดนอกจากนอนดูซีรี่ย์อยู่บ้านก็คงหนีไม่พ้นการแบกเป้หนึ่งใบสะพายกล้องหนึ่งตัวออกไปผจญภัยในที่ ๆ เราไม่เคยไปเพื่อออกไปพบเจอผู้คนที่เราไม่เคยเจอไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ ทะเล หรือเมืองเล็ก ๆ ที่อบอุ่น และถ้าหากเราไม่ติดเรื่องเงินแล้วล่ะก็คงไม่มีใครปฏิเสธว่าอยากไปในต่างประเทศเป็นแน่ ยิ่งคิดภาพหิมะตกอากาศหนาว ๆ ที่เมืองไทยไม่มี อากาศดี ๆ ที่สวิตเซอร์แลนด์ หรือแม้กระทั่งแสงเหนือแล้วล่ะก็ แค่คิดก็ฟินสุด ๆ แล้ว เอาล่ะก่อนที่ปัญหาเรื่องเงินจะดับจินตนาการอันสดใสของเราเอาเป็นว่าสมมุติว่าเงินเราเต็มกระเป๋าแล้วกัน แต่สิ่งที่เราเป็นกังวลนอกเหนือจากเรื่องเงินแล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งนั่นก็คือเรื่องการสื่อสารเพราะนั่นคือหัวใจสำคัญของการไปต่างประเทศเลยก็ว่าได้เพราะไม่ว่าจะกินจะเที่ยวจะพักที่ไหนล้วนแล้วต้องใช้ภาษาในการสื่อสารทั้งสิ้นยิ่งในแถบต่างประเทศบางที่แล้วล่ะก็แทบไม่ใช้ภาษาอังกฤษเลยจนบางทีทำให้เรานึกถึงวุ้นแปลภาษาของโดเรม่อนขึ้นมาทีเดียว

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับเราทางด้านการสื่อสารนั่นก็คือ Talking dictionary หรือก็คือ ดิกชันนารี่แบบมีเสียง โดยเครื่องนี้เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดพกพาที่ใช้ถ่านหรือการชาร์จเหมือนโทรศัพท์ ซึ่งเครื่องนี้ก็มีการใช้งานที่ง่ายดายไม่ซับซ้อนและรองรับการใช้งานหลากหลายภาษาอีกด้วย โดยวิธีการใช้งานนั้นก็เพียงแค่เราเลือกภาษาที่เราต้องการพูดและภาษาที่เราต้องการแปล ตัวอย่างเช่น ภาษาไทย กับ อังกฤษ ถ้าเราพูดอังกฤษไม่เป็นเลยเราแค่เพียงหยิบเครื่องนี้ออกมาแล้วก็พูดสิ่งที่เราต้องการลงไปเป็นภาษาไทยแล้วเครื่องนี้ก็จะแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษไม่เพียงแค่แปลเป็นภาษาเขียนเท่านั้นแต่ยังพูดออกมาผ่านลำโพงของตัวเครื่องอีกด้วย เห็นไหมล่ะว่าช่างง่ายดายไม่ต่างอะไรกับวุ้นแปลภาษาของโดเรม่อนเลย

และราคาของเครื่องนี้ก็เริ่มต้นแค่หลักพันต้น ๆ ซึ่งเป็นราคาที่คนจะไปต่างประเทศเอื้อมถึงได้ง่ายหรือแม้กระทั่งอยากซื้อมาเพื่อเป็นครูในการฝึกภาษาก็ย่อมได้ คราวนี้ไม่ว่าจะไปที่ใดในโลกนี้เราก็ไม่อดตาย ไม่ว่าจะสั่งอาหาร หาที่พัก ถามทางไปเที่ยว ทุกสิ่งง่ายดายแค่ปลายนิ้ว

ชีวิตติดหูฟัง เสียงที่ขาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

เคยมั้ยเวลาเราจะไปไหนมาไหนถึงแม้ว่าเราจะมีโทรศัพท์มือถือไปด้วยก็ตามแต่เราก็ยังคงรู้สึกขาด ๆ หาย ๆ อยู่ นั่นคงเป็นเพราะว่านอกจากโทรศัพท์มือถือแล้วยังมีสิ่งหนึ่งนั่นก็คือ หูฟัง ซึ่งคงไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่ามันเกิดมาคู่กันราวกับช้อนส้อมอย่างไงอย่างนั้น เพราะแน่นอนเพื่อนที่ดีที่สุดระหว่างที่เราเดินทางคงหนีไม่พ้นโทรศัพท์มือถือเป็นแน่ ไม่ว่าเรากำลังจะเดินทางกลับจากที่ทำงานเวลาเย็น ๆ อยู่บนรถเมล์ เดินทางไปเที่ยวตอนเย็นอยู่บนรถไฟฟ้าหรือแท็กซี่แทบทุกคนต้องหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเล่นและไม่ว่าคุณจะเล่น Facebook เพื่ออ่านข่าวอ่านเรื่องราวของแต่ละวันเพื่ออัพเดทสถานการณ์ จะเล่นเกมส์เพื่อฆ่าเวลา จะดูหนัง ฟังเพลง และอื่น ๆ ถ้าคุณไม่มีหูฟังคุณคงทำได้แค่เพียงเปิดเสียงเบา ๆ เพื่อไม่ให้รบกวนคนรอบข้าง และแน่นอนว่าอรรถรสในการเสพสื่อของคุณก็จะลดน้อยลงแทบจะ 50% เลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณผู้อ่านเคยได้ยินว่าในยุคปัจจุบันนี้โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ตคืออวัยวะที่ 33 ของมนุษย์แล้วล่ะก็หูฟังก็คงกลายมาเป็นอวัยวะที่ 34 ของมนุษย์แบบเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกัน

เนื่องจากเสียงเป็นหนึ่งในสื่อมัลติมีเดียที่สำคัญเพราะมันช่วยเพิ่มอรรถรสในการเสพสื่อให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ถ้าคุณไม่เชื่อลองดูหนังแล้วปิดเสียงหรือเล่นเกมส์แล้วปิดเสียงดู คุณจะรู้เลยว่าเสียงสำคัญมากขนาดไหน จึงทำให้เสียงมีวิวัฒนาการ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่นแต่ก่อนเราจะดูโทรทัศน์เสียงก็มีติดมากับโทรทัศน์อยู่แล้วแต่ความไม่หยุดพัฒนาของมนุษย์เราก็ได้คิดให้มีเครื่องที่แยกเสียงออกมาจากตัวเครื่องเล่นต่าง ๆ เพื่อให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น จนมาเป็นลำโพงแยกชนิดต่าง ๆ ที่ราคาหลักร้อยไปจนถึงชุดโฮมเธียเตอร์ที่ราคาหลักแสนหลักล้านก็มี และเพื่อให้เสียงเดินทางไปไหนมาไหนกับเราได้สะดวกจึงเกิดสิ่งที่เรียกว่าหูฟังเข้ามา และหูฟังนี่เองก็มีตั้งแต่เกรดธรรมดาที่ฟังพอได้ยินเสียงไปจนถึงเกรดพรีเมี่ยมที่เรียกได้ว่าพออุดหูปุ๊บเหมือนยกเอาชุดโฮมเธียเตอร์ขนาดย่อม ๆ มาไว้กับเราเลยทีเดียว พออ่านมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านคงเห็นแล้วว่าหูฟังมันมีประโยชน์และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยจริง ๆ

เมื่อก่อนหูฟังอาจจะเป็นแค่อุปกรณ์ในการฟังเสียงแต่ก็มียุคหนึ่งหูฟังกลายมาเป็นแฟชั่น (ยุคนี้บางกลุ่มก็มี) หากเราเดินไปในสถานที่หนึ่งแล้วนับคนที่เดินผ่านเราสักสิบคนเชื่อได้เลยว่าหนึ่งในสิบคนนั้นต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ใส่หูฟัง ซึ่งหากเป็นยุคที่เครื่องเล่นเพลงอย่างพวก Sony walkman หรือเครื่องเล่น MP3 MP4 ดัง ๆ เราจะเห็นคนใส่หูฟังติดหูไว้ตลอดเวลา มีทั้งแบบธรรมดาเล็ก ๆ เหมือนของที่แถมกับพวกโทรศัพท์ไปจนถึงแบบที่ครอบหูเลยทีเดียว ซึ่งในยุคนั้นแฟชั่นนี้ฮิตมากในหมู่วัยรุ่นแนว  Street หรือแนว Hip Hop จนลามมามีอิทธิพลถึงในปัจจุบันด้วย