Google เส้นเลือดใหญ่ที่ขาดไม่ได้ของคนในยุคปัจจุบัน

ยุคปัจจุบันนี้คือยุคของข้อมูลข่าวสาร ซึ่งไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดบนโลกคุณก็สามารถรู้ข่าวสารของอีกซีกโลกหนึ่งได้เพียงแค่คลิกเดียว ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนมาก หากเราต้องการรู้ข่าวสารอะไรหรือต้องการติดต่อกับใครเราอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ กว่าจะติดต่อคนคนนั้นหรือรับรู้ข่าวนั้น ๆ ได้ ซึ่งแตกต่างกันกับยุคนี้อย่างสิ้นเชิงซึ่งเราสามารถรับรู้ข่าวสารได้หลากหลายสื่อ และวันนี้เราจะไปทำความรู้จักกันกับสื่อรูปแบบหนึ่งที่อยู่ในรูปของมัลติมีเดีย ซึ่งมีทั้งตัวอักษร ภาพ เสียง รูป คลิป เรียกได้ว่าเป็นสื่อที่มีความสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว เพราะมีการนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดียที่น่าสนใจอีกทั้งยังมีความรวดเร็วของข้อมูลข่าวสาร แถมยังสะดวกสบายในการเข้าถึงอีกด้วยขอแค่คุณมีอินเตอร์เน็ต

อยากรู้อะไรให้ถามอากู๋ ประโยคนี้เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินแม้ว่าคุณจะไม่มีเชื้อจีน แต่ทุกคนมีคุณอาที่ประสิทธิประสาทวิชาคนเดียวกันนั่นก็คือ คุณอากู๋ หรือ Google นั่นเอง ไม่ว่าคุณอยากจะรู้อะไรทั้งเรื่องดีไม่ดีมีสาระหรือไม่มีสาระก็ตาม Google สามารถให้คำตอบคุณได้แทบทุกสิ่ง และด้วยความสามารถที่รอบรู้ทุกอย่างยิ่งกว่าอาจารย์ปริญญาเอกของฮาร์วาร์ดนี้แล้ว Google ยังเป็นสื่อมัลติมีเดียที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครทั้งทางด้านรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่ดูดี อีกทั้งการนำเสนอที่น่าสนใจเมื่อคุณเสิร์ชหาข้อมูลแล้ว เจ้า Google จะจัดเรียงข้อมูลที่คุณสนใจออกมาเป็นหมวดหมู่ โดยเริ่มจากสิ่งที่คนค้นหามากที่สุดมาเป็นลำดับแรกก่อนและก็ค่อย ๆ เรียงลงมาตามลำดับการเข้าชมของเว็บไซต์นั้น ๆ และที่สำคัญรูปลักษณ์การนำเสนอของมันยังมาในรูปแบบที่สวยงาม แตกต่างจากเสิร์ชเอนจินเจ้าอื่นอย่างมาก

ถ้าเราจะพูดให้เห็นภาพว่า Google ดีกว่าเจ้าอื่นยังไง คงต้องแยกออกมาเป็นข้อ ๆ ว่า

1.รวดเร็วในการค้นหา

2.สะดวกต่อการใช้งานมากกว่าเจ้าอื่น

3.เนื้อหาที่ค้นหามีความครอบคลุมมากกว่า

4.มีการจำแนกหมวดหมู่อย่างชัดเจนว่าคุณต้องการค้นหาอะไร เช่น ต้องการค้นรูป ดูวิดีโอ หรือต้องการเข้าเว็บไซต์ เป็นต้น และที่สำคัญ Google รองรับภาษาแทบทุกภาษาเลยทีเดียว

นอกจาก Google จะให้บริการด้านการค้นหาแล้ว Google ยังให้บริการด้านอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น Google Drive ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลแบบออนไลน์โดยไม่ต้องเปลืองพื้นที่บนคอมพิวเตอร์ของคุณ

Google Translate ซึ่งเป็นตัวแปลภาษาทำหน้าที่เหมือนกันกับ ดิกชันนารี

Google Map ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือน GPS นำทาง

Google Earth ที่สามารถให้คุณดูแผนที่โลกได้แบบ 3 มิติ เรียกได้ว่าส่องเห็นหลังคาบ้านของคุณเลยทีเดียว เอาล่ะพอแค่นี้เถอะเพราะถ้าไล่จริง ๆ Google ทำหลายอย่างมาก

ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมหัวข้อของเราจึงบอกว่ามันคือมัลติมีเดียที่เราขาดไม่ได้ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของเราเลยทีเดียว มันเป็นสิ่งที่มาคู่กับอินเตอร์เน็ตเลยก็ว่าได้เพราะทุกครั้งที่เราใช้งานอินเตอร์เน็ต Google คือหน้าต่างบานแรกที่เราเข้าก่อนที่จะค้นหาเว็บไซต์อื่นต่อไป

นิตยสารจากหนังสืออ่านนอกเวลาธรรมดา สู่มัลติมีเดียเต็มรูปแบบฉบับ Ebook

นิตยสารเป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานานหลายสิบปี นับตั้งแต่สมัยรุ่นใหญ่อย่าง คู่สร้างคู่สม ขวัญเรือน ศาลาคนเศร้า มาจนถึงยุค I Like ที่เรียกได้ว่าวัยรุ่นยุคนั้นติดกันงอมแงม จนต้องหามาอ่านแทบทุกสัปดาห์เลยทีเดียว ซึ่งนิตยสารแต่ละเล่มก็จะแตกต่างกันออกไป แต่หลัก ๆ แล้วที่นิตยสารมีความเหมือนกันก็คือ เรื่องของแฟชั่น ซึ่งนิตยสารแต่ละฉบับก็จะบ่งบอกถึงแฟชั่นของยุคนั้น ๆ รวมไปถึงสิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่นิตยสารไม่สามารถขาดได้เลยสิ่งนั้นก็คือ การดูดวงนั่นเอง เนื่องจากเรื่องโชคเรื่องดวงเป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานานตั้งแต่สมัยอดีตจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ดวงรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือแม้กระทั่งรายปีก็ตาม สิ่งเหล่านี้จึงเป็นส่วนประกอบที่ถือว่าลงตัวของนิตยสารเลยทีเดียว ซึ่งหลัก ๆ แล้วนิตยสารเล่มหนึ่งจะประกอบไปด้วย แฟชั่น ดูดวง นิยายเรื่องสั้น เรื่องผี และข่าวสารในช่วงนั้น ๆ เป็นต้น

แต่ในยุคต่อ ๆ มานิตยสารเริ่มมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ได้มีแค่เรื่องแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังมีนิตยสารเฉพาะทางอย่างอื่นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น นิตยสารเกี่ยวกับดนตรี นิตยสารเกี่ยวกับรถ นิตยสารเกี่ยวกับบ้าน นิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าวันนี้จะไล่ก็คงไล่ไม่หมดเพราะสมัยนี้นิตยสารมีเป็นพัน ๆ หมวดหมู่

พออ่านมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านก็คงพอจะเข้าใจคร่าว ๆ ถึงความเป็นมาของนิตยสารบ้างแล้ว เห็นมั้ยล่ะว่ามันมีความเป็นมาที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว พอมาถึงยุคปัจจุบันอะไร ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปนิตยสารบางอย่างก็เริ่มไม่มีผู้สนใจจึงจำเป็นต้องปิดตัวไป แต่กับบางนิตยสารที่รู้ว่ายุคสมัยเปลี่ยนและต้องปรับตัวก็ทำให้พวกเขาอยู่รอดได้ในยุคปัจจุบัน

และแบบไหนล่ะที่เรียกว่าการปรับตัวของนิตยสาร? เนื่องจากเราก็คงรู้กันดีอยู่แล้วว่า ยุคนี้แทบจะไม่มีใครคอยติดตามนิตยสารรายสัปดาห์หรือรายเดือนเพื่ออัพเดทเรื่องแฟชั่นหรือดูดวงกันแล้ว เพราะเพียงแค่คุณคลิ๊กเดียวไปที่ Google ก็มีทุกสิ่งที่คุณต้องการแล้ว นิตยสารจึงต้องปรับตัวมาในรูปแบบของ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือ Ebookนั่นเอง ซึ่ง Ebook ก็คือหนังสือที่เราสามารถโหลดมาอ่านได้ทาง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ไอแพด หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือของเรา ซึ่งก็มีทั้งแบบที่ฟรีและไม่ฟรีก็แล้วแต่เจ้าของคนนั้น ๆ จะผลิตออกมา

ส่วนทางด้านนิตยสารที่ผลิตออกมาส่วนใหญ่แล้วจะมาในรูปแบบเสียเงิน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ ซื้อเป็นเล่ม หรือ การซื้อเป็นแพ็คเกจรายสัปดาห์รายเดือน รายปีก็ว่ากันไป ซึ่งจากนิตยสารที่เคยมีแค่เป็นเล่ม พอมาอยู่ในรูปแบบ Ebookทำให้รูปแบบการนำเสนอบอกมาได้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะว่าเนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาทำให้ Ebook สามารถนำเสนอตัวเองได้มากยิ่งขึ้นแบบไม่จำกัด ในรูปแบบที่เรียกว่ามัลติมีเดีย เพราะการนำเสนอแบบมัลติมีเดียนั้นทำให้นิตยสารมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น ทั้งรูปแบบของตัวอักษรที่ดูโดดเด่น รูปภาพที่คมชัดระดับ HD ทำให้ผู้อ่านได้อรรถรสในการอ่านมากยิ่งขึ้น

เห็นมั้ยล่ะว่านี่คือการปรับตัวของผู้ผลิตนิตยสารเพื่อให้เข้าถึงผู้อ่านมากยิ่งขึ้น แล้วยังทำให้ลดค่าใช้จ่ายด้านโรงพิมพ์ได้อีกด้วย และก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหนังสือเหลือค้างสต๊อก และนอกจากจะเป็นประโยชน์กับผู้ผลิตแล้วการทำนิตยสารในรูปแบบนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน เพราะจะไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องแบกหนังสือเป็นสิบ ๆ เล่มแค่มีโทรศัพท์มือถืออันเดียวก็สามารถอ่านนิตยสารที่ชื่นชอบได้ทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย

 

คอนเทนต์โฆษณามัลติมีเดียรูปแบบใหม่ ที่ไฉไลกว่าโฆษณาแบบเดิม ๆ

โฆษณา คือสิ่งที่อยู่คู่กับเรามาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งไม่ว่าเราจะทำอะไรเราคงจะหนีไม่พ้นโฆษณาเป็นแน่ ไม่ว่าคุณจะขับรถออกไปข้างนอก เห็นป้ายขายที่ดิน ขายบ้าน ขายรถ หรือแม้แต่ชวนปิดทองฝังลูกนิมิตทุกสิ่งล้วนเป็นการโฆษณาทั้งนั้น หรือแม้กระทั่งคุณนอนอยู่บ้านอ่านหนังสือ ดูนิตยสาร ฟังเพลงในอินเตอร์เน็ต เล่นเฟสบุ๊ค คุณก็หนีไม่พ้นมัน ซึ่งโฆษณาเกิดขึ้นมานานแสนนานตั้งแต่มีแค่ตัวหนังสือล้วน ๆ ยาว ๆ จนกระทั่งมีรูปภาพเข้ามามีคำโดน ๆ สั้น ๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้คนที่พบเห็นต้องหยุดชะงักเมื่ออ่านผ่านไปไม่กี่คำ ซึ่งโฆษณานี้เกิดขึ้นมาก็เพื่อโปรโมทสิ่ง ๆ หนึ่งที่เจ้าของต้องการจะสื่อ เช่น ถ้าคุณขายอะไรสักอย่าง ถ้าไม่มีโฆษณาเข้ามาเกี่ยว รับรองเลยว่างานนี้คุณเหนื่อยแน่ ๆ เพราะคุณต้องไปเร่ขายสินค้าให้กับผู้คน เพื่อให้ผู้คนสนใจในสินค้าของคุณ

เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ มีคนอยู่สองคน คนแรกชื่อ A คนที่สองชื่อ B ทั้งสองคนขายครีมทาหน้าเหมือนกัน สรรพคุณและวัตถุดิบเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือ A นำครีมไปเดินขายตามบ้าน ตามตลาด ตลอดทั้งวัน ซึ่งแน่นอนถ้าทำงานแบบเต็มที่เลยขายสัก 20 ชั่วโมง นอน 4 ชั่วโมง แน่นอนว่าเหนื่อยแน่ ๆ และไม่รู้ด้วยว่าจะขายได้เท่าไหร่วันไหนป่วยก็ขายไม่ได้ ส่วน B นำครีมมาทำการโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำป้ายโดน ๆ ไปติดไว้ตามที่ต่าง ๆ หรือแม่กระทั่งใช้โซเชียลมีเดียเข้ามาเกี่ยวข้อง คุณคิดว่าครีมของใครจะถูกมองเห็นได้มากกว่ากัน เนื่องจากโซเชียลคนเล่นทั่วโลกเวลานอนและเวลาตื่นของคนทั้งโลกไม่เท่ากันโอกาสที่คนจะเห็นโฆษณาก็มีเยอะกว่าการเดินเร่ขาย

ทีนี้เราคงเห็นกันแล้วว่า การโฆษณามีส่วนสำคัญมาก ๆ หากคุณต้องการทำธุรกิจ ยิ่งในยุคนี้การแข่งขันยิ่งสูง แค่สินค้าคุณดีคงยังไม่พอแต่การตลาดคุณต้องดีด้วย ซึ่งในยุคอดีตการโฆษณาอาจจะเป็นแค่การบอกถึงสรรพคุณของสินค้าแต่ในปัจจุบันนี้มันคงยังไม่พอ เพราะการตลาดที่ดีต้องทำให้ผู้ที่เห็นสามารถเห็นแค่แว๊บแรกแต่ต้องถึงกับหันมาจ้องดูอีกรอบเลยทีเดียว เอาล่ะเรามาทำความเข้าใจเรื่องคอนเทนต์ของการโฆษณากันดีกว่า ซึ่งจะพูดไปคอนเทนต์ ก็คือการโฆษณารูปแบบหนึ่งที่ประกอบไปด้วยมัลติมีเดีย ซึ่งก็คือประกอบไปด้วยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ตัวอักษรที่น่าสนใจ รูปภาพที่ดึงดูด หรือถ้าเป็นวิดีโอก็คือทำให้คุณสนใจตั้งแต่ 5 วินาทีแรกเลยทีเดียว ซึ่งต้องบอกเลยว่าในยุคปัจจุบันนี้ผู้คนที่ทำธุรกิจในโลกออนไลน์แทบทุกเจ้า ก็ได้นำคอนเทนต์เพื่อมาทำการโปรโมทสินค้าหรือบริการของตน เพราะคอนเทนต์นี้สามารถเข้าถึงผู้คนง่าย เพียงแค่เห็นแว๊บเดียวก็รู้แล้วว่าต้องการจะสื่ออะไร ซึ่งข้อดีของการเข้าใจง่ายคือลูกค้าจะเข้าใจในสิ่งที่คุณต้องการจะสื่อบวกกับรูปภาพและสีสันที่สวยงามของคอนเทนต์คุณ แค่นี้ก็ทำให้ธุรกิจของคุณน่าสนใจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวแล้ว

พออ่านมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านคงพอเข้าใจเกี่ยวกับคอนเทนต์เพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย และใครที่กำลังทำธุรกิจหรือคิดจะทำธุรกิจ ในยุคนี้ต้องบอกเลยว่าการทำแบบออนไลน์โดยมีคอนเทนต์ดี ๆ ที่ดึงดูดคนที่เข้ามาเจอจะสามารถทำให้สินค้าหรือบริการของคุณน่าสนใจแน่นอน

Youtube มัลติมีเดียในรูปแบบทีวีดิจิตอลออนไลน์ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแทนโทรทัศน์

เย็นนี้ละครเรื่องอะไร? พรุ่งนี้วันเสาร์โรงเรียนหยุดต้องรีบตื่นแต่เช้ามาดูช่องเก้าการ์ตูน ประโยคเหล่านี้หากย้อนกลับไปสักสิบปีที่ผ่านมา เราทุกคนคงจะเคยได้ยินกันมามิใช่น้อย เนื่องจากในสมัยอดีตถัดจากยุคที่เรามีเพียงหนังสือให้อ่าน ต่อมาก็มีเพียงแค่วิทยุให้ฟัง จนกระทั่งมาถึงเจ้าสิ่งที่เรียกว่า โทรทัศน์ หรือ TV ที่เราเรียกกันจนติดปาก และโทรทัศน์นี่เองที่ทำให้คนติดมันไม่ใช่น้อย เริ่มมาจากตั้งแต่ยุคสมัยที่โทรทัศน์มีเพียงแค่สองสี คือ ขาวกับดำ ซึ่งในยุคนั้นถ้าใครมีนี่ถือว่ามีฐานะดังไกลไปทั้งหมู่บ้านยิ่งกว่าออกรถป้ายแดงสมัยนี้ซะอีก และในยุคต่อ ๆ มาโทรทัศน์ได้เริ่มมีพัฒนาการมากยิ่งขึ้น เริ่มจากมีจอสี ต่อมามีจอแบน จอโค้ง ภาพคมชัดระดับ Full HD เทคโนโลยีภาพแบบ 4K เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ และอีกมากมาย ทำให้โทรทัศน์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของทุกครอบครัวในทุก ๆ บ้าน เรียกได้ว่าของมันต้องมีเลยทีเดียว โทรทัศน์กลายมาเป็นส่วนสำคัญไม่ว่ากับเด็กหรือว่าผู้ใหญ่ ต่างก็ติดกันงอมแงม เด็กเอาไว้ดูการ์ตูน พ่อแม่ดูละคร ปู่ย่าดูข่าว ดูเหมือนว่าสิ่งนี้จะทำให้ทุก ๆ คนในบ้านรู้สึกว่ามันกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว อ่านมาถึงตรงนี้เราก็คงเห็นแต่ข้อดีของมัลติมีเดียที่เรียกว่าโทรทัศน์ แต่เราลองมาดูกันซิว่าเจ้าสิ่งนี้มีจุดอ่อนหรือข้อด้อยอะไร ถ้าคุณเป็นเด็กคุณจะรู้เลยว่าถ้าอยากจะดูการ์ตูนที่คุณชื่นชอบคุณต้องรอดูแค่เช้าวันเสาร์และอาทิตย์และเรื่องหนึ่งก็ดันเล่นแค่ 30 นาที และถ้าหากคุณเป็นผู้ใหญ่ที่ติดละครหลังข่าวภาคค่ำล่ะ เรื่องหนึ่งก็เล่นแค่สองวันต่อสัปดาห์ สัปดาห์ละสองชั่วโมง พอกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มก็ดันจบและให้ติดตามต่อสัปดาห์หน้าซะงั้น

แต่ในยุคปัจจุบันนี้ ยุคที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงทุกบ้าน หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือของเราเอง มีเจ้าสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นมา ซึ่งจะบอกว่ามันคือมัลติมีเดียรูปแบบใหม่ที่มาในลักษณะของทีวีดิจิตอลออนไลน์ก็คงไม่แปลก เจ้าสิ่งนั้นก็คือ Youtube คือเว็บไซต์หนึ่งที่ต้องบอกว่าแทบทุกคนบนโลกนี้ต้องรู้จัก ขอแค่มีอินเตอร์เน็ตคุณก็เข้าได้แล้ว คุณลองหลับตาแล้วคิดเรื่องที่คุณอยากจะดูสักเรื่องหนึ่งแล้วพิมพ์เข้าไปในช่องค้นหาของ Youtube พนันกันได้เลยว่า 90% คุณจะต้องเจอแน่นอน แล้ว Youtube มีอะไรให้ดูบ้างล่ะ ถ้าเป็นร้านขายของก็คงต้องบอกว่ามีตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าคุณอยากดูหนัง ฟังเพลง ดูละคร ดูการ์ตูน หรือแม้กระทั่งหาความรู้ ก็ล้วนแล้วแต่มีแทบทั้งสิ้น

เห็นหรือยังที่บอกว่ามันเกิดมาเพื่อแทนโทรทัศน์ดูเหมือนจะจริง เพราะแทบทุกอย่างที่มีในโทรทัศน์ล้วนหาดูได้จาก Youtube ทั้งสิ้น แต่บางอย่างใน Youtube กลับไม่สามารถหาดูได้ในโทรทัศน์ ถึงแม้ว่ายุคนี้จะยังมีคนดูโทรทัศน์อยู่แต่คุณคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเกิดขึ้นของมัลติมีเดียอย่าง Youtube นี้ ทำให้อัตราการดูโทรทัศน์ของผู้คนลดลงไม่มากก็น้อย