Instagram แต่ง แชร์ จบ ครบเครื่องเรื่องรูปภาพ

หากเรามีภาพถ่ายสวย ๆ ที่เราเพิ่งถ่ายเสร็จ แต่ยังรู้สึกว่าภาพที่ถ่ายยังขาดมิติของรูปอยู่ อยากจะแต่งรูปแต่ก็ไม่มีความรู้ด้านนี้จะใช้ แอปอะไรแต่งดี ต้องแสงเท่าไหร่ เงาแค่ไหน ความเข้มยังไง คงปวดหัวแย่ถ้าเราไม่เคยเรียนเรื่องแต่งรูปหรือใช้โปรแกรมในการแต่ง แต่ปัจจุบันได้มีหนึ่ง แอปพลิเคชันที่เรียกได้ว่าเป็นโซเชียลมีเดียทางด้านรูปภาพ หรือวิดีโอที่ได้รับความนิยมสูงมาก ๆ จากผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ทั้งดารา นางแบบ นายแบบ นักร้อง นักกีฬา ไปจนถึงคนธรรมดาอย่างเรา ๆ แอปนั้นก็คือ อินสตาแกรม

ความพิเศษของอินสตาแกรมก็คือ สมมุติว่าคุณมีรูปภาพที่ถ่ายมาแล้วคุณก็เข้าไปยังแอป จากนั้นก็เปิดรูปภาพคุณขึ้นมาอินสตาแกรม จะมีให้คุณเลือกแบบอิสระ ตั้งแต่รูปแบบสำเร็จรูปก็คือเราเลือกฟิลเตอร์สำเร็จรูปที่อินสตาแกรมมีให้ ซึ่งต้องบอกว่ามีมากมายให้เราเลือกตามความเหมาะสมของรูปถ่ายของเรา หรือตามความชอบของเราเอง ซึ่งถ้าเรายังไม่พอใจเราสามารถแต่งเพิ่มเติมได้ภายใน แอปทั้งใส่แสงแต่งสีใส่เงาก็สามารถทำได้ใน แอปเดียว เรียกได้ว่าเหมาะกับทุกคน ทั้งคนที่ขี้เกียจไม่มีความรู้ในการแต่งรูปก็เลือกฟิลเตอร์สำเร็จรูปที่อินสตาแกรมมีให้ ส่วนคนที่ชอบที่จะแต่งเพิ่มเติมด้วยตัวเองอินสตาแกรมก็สามารถให้คุณปรับแต่งเองได้ตามใจชอบอีกด้วย อินสตาแกรมจึงเป็นแอปที่คนทั่วโลกเลือกใช้เนื่องจากมีความง่ายต่อการทำ แต่ในความง่ายนี้ก็ใช่ว่าจะไม่สวย แต่กลับทำให้รูปของเรามีความสวยและสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว ซึ่งความพิเศษของอินสตาแกรมไม่ใช่แค่เพียงเป็น แอปสำเร็จรูปสำหรับการแต่งรูปเท่านั้น แต่ยังเป็น แอปโซเชียลมีเดียที่เรียกได้ว่าติดอันดับต้น ๆ ของโลกอีกด้วยเพราะคนดังระดับโลกหลาย ๆ คนก็ไม่ได้ใช้เฟสบุ๊คแต่กลับเลือกสื่อสาธารณะอย่างอินสตาแกรมมาใช้แทน ความสามารถของอินสตาแกรมนอกจากแต่งรูปแล้ว ยังสามารถอัพรูปโพสลงในอินสตาแกรมได้เลย เพราะอินสตาแกรมก็เป็นหนึ่งในแอปที่เป็นโซเชียลมีเดียคล้าย ๆ กับเฟสบุ๊ค แล้วนอกจากอัพรูปยังสามารถอัพวิดีโอหรือโพสสิ่งต่าง ๆ พร้อมรูปได้อีกด้วย รวมถึงการแชทซึ่งอินสตาแกรมก็สามารถทำได้ แม้จะไม่ค่อยดีเหมือนพี่ใหญ่แบบเฟสบุ๊คก็ตาม นอกจากนั้นอินสตาแกรมยังสามารถให้คุณแชร์รูปที่แต่งเสร็จไปยังโซเชียลมีเดียอื่น อย่างเฟสบุ๊คหรือทวิตเตอร์ได้อีกด้วย

ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คนบางอารมณ์ก็อยากเสพแค่รูปภาพ ซึ่งถ้าเข้าไปเล่นเฟสบุ๊คก็เจอแต่โพสหรือเพจข่าวต่าง ๆ จึงทำให้หลายคนหันมาใช้อินสตาแกรมแทน เพราะไม่ว่าจะเลื่อนไปไหนสิ่งที่คุณจะเจอในอินสตาแกรมจะมีแค่เพียงรูปกับวิดีโอเท่านั้น จึงทำให้ผู้ที่ใช้งานที่ไม่ได้ชอบดูโพสของชาวบ้านแต่อยากดูแค่รูปหันมาใช้งานอินสตาแกรมมากยิ่งขึ้น

Facebook สื่อมัลติมีเดียรูปแบบใหม่ที่คนทั่วโลกนิยม

ตั้งแต่มีสิ่งที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ตเกิดขึ้นมาทำให้สังคมเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร หรือแม้แต่แต่การรับข่าวสารต่าง ๆ ซึ่งหากเป็นเมื่อก่อนจะติดต่อกันก็ต้องใช้จดหมาย และมาถึงโทรศัพท์ เป็นลำดับ หากต้องการรู้เท่าทันเหตุการณ์บ้านเมือง เราก็จะอ่านผ่านหนังสือพิมพ์ จนมาถึงยุคของโทรทัศน์ แต่ในปัจจุบันนี้เฟสบุ๊คเกิดขึ้นมา ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเป็นช่องทางของการติดตามข่าวสารที่ไวแบบเรียลไทม์ เรียกได้ว่าข่าวเกิดที่อเมริกาเมื่อ 5 นาทีที่ผ่านมา เราก็สามารถรับรู้ได้ทันที วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับเฟสบุ๊คกัน

หากใครทันยุคของ Hi5 ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เอาไว้ให้เราค้นหาเพื่อน ติดตามเพื่อนได้ทั่วโลก ใส่เพลง แต่งโปรไฟล์ไว้อวดกัน แล้วถ้าอยากคุยกันเราก็ต้องขออีเมล์เพื่อมาเพิ่มเพื่อนคุยใน MSN (โปรแกรมแชท) ซึ่งเรียกได้ว่าค่อนข้างวุ่นวาย แต่เฟสบุ๊คนี้ออกแบบมาให้ใช้งานที่ง่ายมาก ๆ เพราะว่าสามารถทั้งคุยแชทและดูโปรไฟล์ได้โดยที่เราไม่ต้องไปแยกขออีเมล์ เพื่อไปแชทในโปรแกรมอื่นเลย เรียกได้ว่าครบจบในเว็บไซต์เดียว ซึ่งเฟสบุ๊คก็สามารถใช้งานได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณสมัครใช้งานเสร็จแล้วก็สร้างโปรไฟล์ของคุณ ใส่รูปประจำตัวใส่ประวัติคร่าว ๆ ที่อยากให้เพื่อนเห็นจากนั้นก็เพิ่มเพื่อนที่เราอยากรู้จักแล้ว พอมีการรับเพื่อนเกิดขึ้นเราก็สามารถเข้าไปดูโปรไฟล์ของเพื่อนและแชทกับเพื่อนคนนั้นได้แล้ว เห็นไหมล่ะว่าง่ายนิดเดียว

และในปัจจุบันสิ่งที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจเข้ามาใช้งานเฟสบุ๊คก็คงหนีไม่พ้นการใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อน สามารถติดตามข่าวสารจากเพจต่าง ๆ ได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ข่าว หนัง กีฬา หรือความบันเทิงต่าง ๆ เช่นเล่นเกมส์ เฟสบุ๊คก็สามารถให้คุณทำได้ในเว็บไซต์เดียว แล้วในปัจจุบันนี้เฟสบุ๊คก็มีแอปพลิเคชันให้คุณใช้งานผ่านมือถือ เพียงเข้าไปในแอปคุณก็สามารถเลื่อนดูข่าวหรือคนที่คุณติดตามได้แล้ว หรือหากใครต้องการจะแชทก็ทำได้ผ่านแมสเซนเจอร์ของเฟสบุ๊ค ซึ่งสิ่งที่แมสเซนเจอร์ทำได้ก็มีทั้ง แชท ส่งสติ๊กเกอร์ ส่งรูปภาพ โทรหา หรือแม้กระทั่งคุยแบบเห็นหน้า แอปนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน เรียกได้ว่าเฟสบุ๊คเข้ามามีบทบาทกับสังคมยุคนี้เป็นอย่างมาก เพราะมันทำได้หลายอย่าง ทั้งคุยกันหรือติดตามข่าวสารแบบเรียลไทม์ก็สามารถทำได้ จนตอนนี้กลายเป็นแอปพลิเคชันที่ติดอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว อีกทั้งเฟสบุ๊คยังรู้ใจเรารู้ว่าเราเข้าดูอันไหนบ่อย ๆ หรือเราไม่ค่อยเข้าดูอันไหน เฟสบุ๊คก็จะจัดการไทม์ไลน์ ให้เราแสดงสิ่งที่เราชอบ(ที่เข้าบ่อย)ให้เราก่อนเป็นอันดับแรก เรียกได้ว่าถูกใจผู้ใช้หลายคนมาก ๆ

เอาล่ะเราเห็นสิ่งที่เฟสบุ๊คทำได้แล้ว คราวนี้มาถึงตาของผู้ใช้งานบ้าง เนื่องจากไทม์ไลน์ของเราผู้คนที่ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก ทีนี้เราจะใช้งานอะไรก็ต้องใช้แบบมีสติข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ ก็ไม่ควรนำไปโพสลงบนเฟสบุ๊ค มิเช่นนั้นอาจเกิดการรั่วไหลของข้อมูลได้ เพราะเราต้องอย่าลืมว่าบนอินเตอร์เน็ตคือโลกเปิดไม่มีอะไรปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

GPS ระบบนำทางอัจฉริยะที่ช่วยให้ชีวิตในการเดินทางง่ายขึ้น

หากใครเคยดูหนังเก่า ๆ ของทางต่างประเทศเราคงจะคุ้นชินกับการเห็นตัวเอกของเรื่องขับรถไปบนถนนโล่ง ๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยบรรยากาศดี ๆ เห็นฟาร์มที่มีการเลี้ยงสัตว์ทำสวนอยู่เป็นระยะ นาน ๆ ทีจะมีร้านอาหารข้างทางที่มีร้านสะดวกซื้อเก่า ๆ ปั๊มน้ำมันเติมเอง และโรงแรม Motel ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหนังสยองขวัญ โดยตัวเอกขับรถไปโดยมีแค่แผนที่เก่า ๆ หนึ่งแผ่นที่เอามากางดูขณะขับรถว่าถึงกิโลเมตรที่เท่าไหร่อีกไกลแค่ไหนจะถึงจุดพักรถ ซึ่งทำให้ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

แต่ปัจจุบันหากเราอยากชิวเหมือนในหนังโดยการขับรถไปเรื่อย ๆ กางแผนที่ขณะขับรถเหมือนพระเอกหนังคงแทบเป็นไปไม่ได้เนื่องจากสภาพบนท้องถนนบ้านเราซึ่งทั้งรถเยอะ รถติด คนขับเร็ว นี่ยังไม่รวมถึงการที่ต้องไปเจอเพื่อนร่วมทางแย่ ๆ ขับรถตัดหน้า ปาดซ้ายปาดขวาอีกคงลืมไปได้เลยหากต้องการขับแบบพระเอกในหนัง และแล้วก็ได้กำเนิดตัวนำทางที่ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้แผนที่ขึ้นมาสิ่งนั้นก็คือ GPS ซึ่งมาจากคำว่า Global Positioning System ซึ่งเป็นการระบุตำแหน่งจากพื้นโลกผ่านดาวเทียมนั่นเอง ซึ่งการทำงานของ GPS ก็อ้างอิงมาจากการจำลองของแผนที่โลก ซึ่งแน่นอนว่ามีความแม่นยำค่อนข้างสูงเพราะดาวเทียมเห็นภาพมุมสูงจากบนอวกาศ ถึงแม้ว่าแรก ๆ GPS จะนำทางผิดบ่อย ๆ ก็ตาม แต่ในปัจจุบันนี้ก็ได้มีการแก้ไขข้อบกพร่องในหลาย ๆ จุดจนเรียกได้ว่าความเสถียรของ GPS นั้นแทบจะ100%

เอาล่ะ เรามาทำความรู้จักกันว่าระบบนำทางของ GPS ทำงานอย่างไร ซึ่งแน่นอนแอปพลิเคชันนำทางคงเป็นแอพฯสามัญที่น่าจะมีประจำในสมาร์ทโฟนทุกเครื่อง โดยการทำงานของมันนั้นก็แสนง่ายดายแค่เพียงเปิดระบุตำแหน่งปัจจุบันของเราจากนั้นก็เข้าไปในแอพฯและก็ทำการค้นหาสถานที่ที่เราต้องการจะไปผ่านช่องค้นหาของแอพฯจากนั้น GPS ก็จะทำการคำนวณเส้นทางระหว่างจุดที่เราอยู่กับสถานที่เป้าหมายที่เราต้องการจะไปให้ โดยจะคำนวณทั้งเส้นทางและระยะเวลาที่จะถึงตำแหน่งเป้าหมายโดยจะดูว่าคุณจะไปโดยวิธีการใดไม่ว่าจะเป็น เดิน รถประจำทาง หรือรถส่วนตัว ซึ่งการเดินทางแต่ละแบบก็จะใช้ระยะเวลาที่แตกต่างกัน และนอกจากนี้แล้ว GPS ยังทำการคำนวณสภาพการจราจรให้เราอีกด้วย ว่าเส้นทางไหนในการเดินทางจะใช้เวลาน้อยที่สุดเรียกได้ว่าทำให้เราประหยัดเวลารถติดไปได้เยอะทีเดียว และการทำงานของ GPS ยังง่ายดายเพราะมันสามารถตอบโต้กับเราด้วยเสียงได้ด้วย เช่น เราพูดด้วยเสียง GPS ก็จะบอกทางเราเป็นระยะด้วยเสียงเหมือนกัน เช่น ตรงไป 100 เมตร เลี้ยวซ้าย พอถึงทางเลี้ยวก็บอกซ้ำอีกว่าเลี้ยวซ้าย เป็นต้น จึงทำให้เราไม่ต้องมาก้มดูมันตลอดเวลา

เห็นไหมล่ะว่าการมีระบบนำทางอัจฉริยะอยู่ในสมาร์ทโฟนทำให้ชีวิตเราง่ายขนาดไหน ทีนี้พอถึงวันหยุดเราอยากขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ไม่ต้องกลัวหลงอีกต่อไปเพราะนอกจากหาเส้นทางแล้วมันยังสามารถหาสถานที่ต่าง ๆ ปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทางที่ดีทีเดียว

ยกทั้งห้องอัดเสียงมาไว้ในมือคุณด้วยแอปพลิเคชันทำเพลง

เคยมีคนบอกไว้ว่าบางครั้งแรงบันดาลใจอาจไม่ได้มาจากที่ทำงาน ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักในการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ในวันหยุดพบเจอสิ่งใหม่ ๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจ เดินทางไปพร้อมกับเพลงโปรดของคุณ และคุณเองก็ไม่ได้แค่ชอบฟังเพลงแต่ยังชอบ Cover หรือแม้กระทั่งแต่งเพลงเองเพื่อที่จะโพสลงในโซเชียลแล้วล่ะก็ หากเป็นเมื่อก่อนคุณก็คงต้องมีสมุดซักเล่มปากกาซักแท่งและถ้าหากอยากเขียนเพลงแบบมีทำนองไปด้วยคุณคงต้องพกเครื่องดนตรีเช่น กีต้าร์ หรือ อูคูเลเล่ ซึ่งแน่นอนถ้าหากไปในต่างที่คงจะไม่สะดวกเป็นแน่ และเมื่อเขียนเพลงเขียนคอร์ดเสร็จสิ่งต่อมาที่ต้องทำคือหาห้องอัดเสียงเพื่อที่จะได้อัดเพลงใหม่ที่คุณเพิ่งแต่งเสร็จ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อแอปพลิเคชันที่ใช้ในการแต่งเพลงที่ชื่อว่า Garage Band ซึ่งแอพฯนี้เป็นแอพฯประจำตระกูลไอต่าง ๆ ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น Ipod Ipad Iphone หรือแม้แต่ Mac เองและแอพฯนี้ก็มีสโลแกนว่า “โลกทั้งใบคือดนตรีส่วนนี้คือเครื่องดนตรีของคุณ” ซึ่งฟังแค่นี้ก็ร้องว้าวแล้วเพราะนี่เป็นสวรรค์ของคนทำเพลงชัด ๆ ซึ่งความสามารถของมันก็ทำได้หลายอย่างตั้งแต่อัดเสียงร้อง อัดทำนอง ผ่านเครื่องดนตรีไปชนิดต่าง ๆ ภายในแอพฯไปจนถึงโพสลงโซเชียลเลยทีเดียว โดยความพิเศษของแอปพลิเคชันนี้เรียกได้ว่าเหมือนยกมาทั้งสตูดิโออัดเสียงเลยทีเดียว ขอแค่คุณมีที่เงียบ ๆ ให้อัดเสียงร้องของคุณ ซึ่งคุณลักษณะของห้องอัดที่ในบ้านเราที่ทั้งเก็บเสียงและก้องกังวานคงหนีไม่พ้นห้องน้ำเป็นแน่ และการอัดเสียง

โดยแอปพลิเคชัน Garage Band เรียกได้ว่าจำลองสตูดิโอย่อม ๆ มาก็จริง แต่การใช้งานไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้นเพราะถ้าหากเข้าใจปรัชญาของตระกูล Apple แล้วล่ะก็เจ้านี้เขาเน้นความเรียบหรูดูดีและใช้งานง่าย และอีกอย่างแอพฯนี้ก็ถูกผลิตโดย Apple เองด้วยเพราะฉะนั้นเรื่องความซับซ้อนแทบไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเจ้านี้เค้าเน้นเรื่องการตัดความซับซ้อนอยู่แล้ว ว่าแล้วก็ไปดูวิธีการใช้งานอย่างง่ายกันเลยดีกว่า เริ่มด้วยสร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาจากนั้นเลือกเครื่องดนตรีซึ่งบอกเลยว่าเครื่องดนตรีจัดเต็มมาก ๆ เช่น กีต้าร์ เบส คีย์บอร์ด ไวโอลิน กลอง และเครื่องดนตรีแต่ละชนิดก็สามารถลงลึกลงไปได้อีก ตัวอย่างเช่น กีต้าร์เลือกได้ว่า โปร่ง หรือ ไฟฟ้า คีย์บอร์ดเลือกเสียงได้ว่าจะเอาเสียงไหน กลองก็เลือกชนิดได้ว่าจะเอาธรรมดา กลองชุด หรือ อีดีเอ็ม ซึ่งนี่แค่ตัวอย่างเท่านั้น เมื่อได้เครื่องดนตรีแล้วเราก็สร้างทำนองเองขึ้นมาจากนั้นก็เซฟไว้ ซึ่งเมื่อเลือกชนิดของเครื่องดนตรีแล้วเครื่องแต่ละเครื่องก็จะอัดไว้ในแทรคคนละแทรคกัน จากนั้นค่อยนำแต่ละแทรคมามิกซ์กัน แล้วก็อัดเสียงร้องของเราลงไปซึ่งเปิดดนตรีที่เรามิกซ์ไว้ขึ้นมา แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

ฟังดูอาจเหมือนยากเพราะอัดแยกแต่ละอย่างเหมือนห้องอัดจริง ๆ แต่ความจริงแล้วหากได้ลองใช้งานดูมันแสนง่ายดายด้วยสามขั้นตอน เปิด สร้าง แชร์ ตามสโลแกน “โลกทั้งใบคือดนตรีส่วนนี่คือเครื่องดนตรีคุณ”  เท่านี้ก็ทำให้การอัดเสียงไม่ได้อยู่แค่ในห้องอัดอีกต่อไป

 

เสียง ส่วนประกอบที่ลงตัวของมัลติมีเดีย

ถ้าพูดถึงเรื่องเสียงต้องบอกเลยว่าคือศิลปะที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติขนานแท้ เนื่องจากมันคือองค์ประกอบอย่างหนึ่งที่ทำให้ทุก ๆ สิ่งสมบูรณ์แบบ โดยที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย ถ้าหากคุณมองออกไปที่นอกหน้าต่างแล้วเห็นลำธารที่กำลังไหลอยู่ แน่นอนว่าคงทำให้คุณรู้สึกดีไม่ใช่น้อย แต่ถ้าหากคุณได้ยินเสียงน้ำที่กำลังไหลอยู่ด้วยล่ะ แน่นอนว่ามันคงจะเพิ่มความฟินให้อีกเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

ถ้าหากพูดเรื่องเสียงแล้วมีหลากหลายเสียงมากที่มาจากธรรมชาติแล้วให้ความรู้สึกไพเราะ สดชื่น สงบ และมีความความสุขทุกครั้งที่ได้ยิน เช่น เสียงคลื่นจากทะเล เสียงไม้ไผ่เสียดสีกัน เสียงนกร้อง เป็นต้น ซึ่งต่อมาเสียงเหล่านี้ก็ได้ถูกนำมาทำเป็นเครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งนำมาประกอบกับภาพนิ่งหรือวิดีโอ เพื่อทำให้สิ่งเหล่านั้นดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

เมื่อเสียงที่เราได้ยินจากธรรมชาตินั้น ในเวลาต่อมาถูกนำมาทำเป็นเครื่องดนตรี ซึ่งทำให้เกิดความเพลิดเพลินและผ่อนคลายเมื่อได้รับฟัง ทำให้เสียงมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อย ๆ เครื่องดนตรีหลากหลายชนิดก็เกิดการพัฒนามากขึ้นด้วยเช่นกัน ในอดีตเสียงเคยมีมาตั้งแต่ธรรมชาติ จนมาถึงยุคที่มนุษย์สร้างขึ้น จนต่อมาเสียงได้เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมหลาย ๆ อย่าง ตั่งแต่ยุคสมัยเครื่องเล่นแผ่นเสียงซึ่งนิยมนำมาเปิดในงานเลี้ยงต่าง ๆ ไปจนถึงเปิดฟังคนเดียวเพื่อคลายเหงา ต่อมาเสียงได้เข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นในยุคของวิทยุ ซึ่งคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักวิทยุ เพราะในยุคสมัยหนึ่งมันได้เข้ามามีบทบาทกับสังคมเป็นอย่างมาก เพราะในวิทยุมีทั้งข่าวสารบ้านเมืองต่าง ๆ มีเพลงเพราะ ๆ ให้ฟัง และในยุคหนึ่งเคยมีละครที่มีแค่เสียง แต่ก็ทำให้คนติดไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เรียกได้ว่าติดกันอย่างกับละครหลังข่าวของยุคนี้เลยก็ว่าได้

พอมาถึงยุคที่ข้อมูลข่าวสารหรือแม้กระทั่งสื่อต่าง ๆ มาในรูปแบบของมัลติมีเดีย ซึ่งคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการจะทำโฆษณาข่าวสาร ละคร รายการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในทีวีหรืออินเตอร์เน็ต การนำเสียงเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้สิ่งที่ต้องการจะสื่อเข้าถึงอารมณ์ได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดเสียงเพลงเสียงดนตรีหรือแม้กระทั่งเสียงที่มาจากธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่ทำให้สื่อที่เป็นในรูปแบบมัลติมีเดียเกิดความสมบูรณ์ทั้งนั้น หากเราคิดถึงสื่อหนึ่งสื่อที่มีความสมบูรณ์แบบสื่อเหล่านั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประกอบไปด้วย
1.รูปภาพ
2.วิดีโอ
3.ตัวอักษร
4.เสียง
และในปัจจุบันเครื่องเล่นสื่อที่อยู่ในรูปแบบของเสียงก็มีมากมาย เช่น เครื่องเล่นCD เครื่องเล่นMP3 MP4 วิทยุ เป็นต้น

เห็นหรือยังว่าเสียงมีความสำคัญขนาดไหนต่อการรับรู้ของเรา เพราะนอกจากเสียงจะช่วยเพิ่มอรรถรสของการเสพสื่อประเภทต่าง ๆ แล้วนั้น เสียงยังส่งผลต่อระบบความจำและความรู้สึกของเราอีกด้วยเพราะการที่เราอ่านอย่างเดียวบางทีมันก็เข้าไม่ถึงอารมณ์ของผู้ที่จะสื่อ จึงมีสื่อมัลติมีเดียหลายสื่อออกมาในรูปแบบของเสียง ตัวอย่างเช่นหนังสือเสียงประเภทต่าง ๆ นั่นเอง

สมาร์ทโฟน อุปกรณ์เล่นมัลติมีเดียที่สมบูรณ์แบบ และอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์

การเกิดมามีอวัยวะครบ 32 ถือเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดของชีวิตมนุษย์ แต่ในปัจจุบันต้องบอกเลยว่าไม่เพียงพอ เนื่องจากมนุษย์เราได้งอกอวัยวะชิ้นที่ 33 ออกมา นั่นก็คือโทรศัพท์มือถือนั่นเอง ซึ่งในสมัยก่อนโทรศัพท์มีเอาไว้แค่ติดต่อสื่อสารกัน ย้อนกลับไปตั้งแต่โทรศัพท์บ้านที่โทรนาทีละ 3 บาทซึ่งคนสมัยก่อนจึงใช้แค่ติดต่อกันแค่เฉพาะที่จำเป็น เนื่องจากค่าโทรที่แสนจะแพง ต่อมาโทรศัพท์ได้มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วมาในรูปแบบที่สามารถพกพาได้ หน้าจอขาวดำ จนกระทั่งมาถึงจอสี ซึ่งคนเรียกโทรศัพท์ประเภทนี้ว่าโทรศัพท์มือถือ ซึ่งในยุค 2000 ได้รับความนิยมจากวัยรุ่นยุคนั้นมากๆใครไม่มีถือว่าเชยกันเลยทีเดียว เพราะไอ้เจ้าโทรศัพท์มือถือนี้สามารถทำอะไรได้หลาย ๆ อย่างมากกว่าการโทรจึงกลายเป็นแฟชั่นของคนสมัยนั้นกันเลยทีเดียว

ซึ่งการพัฒนาที่รวดเร็วของมันทำให้เจ้าโทรศัพท์ที่เคยเป็นแค่เครื่องมือสื่อสาร กลายมาเป็นสิ่งที่มนุษย์ยุคนี้ขาดไม่ได้ หรือที่เรียกกันว่าอวัยวะชิ้นที่ 33 ของมนุษย์นั่นเอง นั่นก็คือสมาร์ทโฟน ซึ่งไอ้เจ้าสมาร์ทโฟนนี้เองสามารถทำอะไรได้หลาย ๆ อย่างเรียกได้ว่าในยุคนี้สามารถแทนคอมพิวเตอร์ได้เลยทีเดียว เพราะไม่ว่าคุณต้องการจะเล่นโซเชียลมีเดียต้องการจะแชทกับเพื่อน ซึ่งแต่ก่อนต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้นแต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นแชท Facebook หรือแชท Line คุณก็สามารถทำได้ผ่านสมาร์ทโฟนแค่นั้น หรือถ้าหากคุณต้องการจะทำงานหรือส่งอีเมล์ในสมาร์ทโฟน ก็มีทั้งแอปฯพิมพ์งานและส่งเมล์ ถ้าหากคุณถ่ายภาพหรือวิดีโอแล้วล่ะก็ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณต้องอัพลงคอมฯ เพื่อแต่งภาพ หรือตัดต่อ แต่ในสมาร์ทโฟนสามารถทำให้คุณทำได้เลย ซึ่งทำให้ลดขั้นตอนและความยุ่งยากลงอย่างมาก ต่อมาถ้าพูดถึงการดูหนังฟังเพลงแล้วล่ะก็หากต้องการดูหรือฟังแต่ก่อนคุณต้องมีคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ในตอนนี้คุณทำได้เพียงมือถือ แถมภาพก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เร่แต่อย่างใด เพราะสมาร์ทโฟนยุคนี้สามารถเล่นคุณภาพของภาพได้แบบ Full HD เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว

และที่สำคัญที่ทำให้เจ้าสมาร์ทโฟนตอบโจทย์คนยุคนี้คือ การเล่นเกมส์นั่นเอง ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนถ้าย้อนกลับไป โทรศัพท์มือถือมีแค่เกมส์ที่ใช้เล่นเพื่อคั่นเวลาเท่านั้น เช่นเกมส์ตะลุยอวกาศ มาจนถึงยุคที่เกมส์ในโทรศัพท์สามารถเทียบเท่าเกมส์ในคอมพิวเตอร์ได้เลยทีเดียว ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ จนทำให้มันเข้าถึงคนมากกว่าคอมพิวเตอร์เสียอีกแถมอีกอย่างกราฟิกของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด

เห็นหรือยังครับไอ้เจ้าสมาร์ทโฟนนี้มันทำได้แทบทุกอย่างเลย ตั้งแต่เป็นเครื่องดูหนัง เครื่องฟังเพลง อุปกรณ์ทำงาน อุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์เล่นเกมส์เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์เล่นมัลติมีเดียที่ครบจบในเครื่องเดียวเลยก็ว่าได้ เราเลยเรียกมันว่าอวัยวะที่ 33 ของคนยุคนี้ยังไงล่ะ ถ้าเป็นสมัยเอโดะซามูไรขาดดาบไม่ได้ฉันใด สมัยนี้คนก็ขาดสมาร์ทโฟนไม่ได้ฉันนั้น

ดูหนังผ่านแอปพลิเคชัน ความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่เสพได้ทุกที่

หากพูดถึงการดูหนังให้ได้อรรถรสแล้วคงหนีไม่พ้นการดูหนังในโรงภาพยนตร์ ซึ่งหากคุณอยู่ในวัยทำงานการที่คุณจะมีเวลาว่างไปดูหนังได้นั้น ก็ต้องรอเสาร์อาทิตย์เพราะวันธรรมดาคุณก็ต้องทำงาน และพอถึงวันหยุดที่รอคอยมานานก็ดันไม่ใช่วันหยุดของเราคนเดียวซะอีก เพราะผู้คนวัยเดียวกันกับเราก็ดันหยุดเหมือนกัน และก็ดันมีความคิดเดียวกันคือไปดูหนัง เดินเล่น กินข้าว ช้อปปิ้งที่ห้าง และระยะทางจากที่พักของเราไปห้างก็ใช่ว่าจะใกล้ด้วยสิ กว่าจะไปถึงก็ต้องฝ่าแดด ฝ่าฝน ฝ่าลม และที่สำคัญฝ่ารถติด ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก ๆ จึงทำให้คนเหล่านี้ตัดสินใจ นอนอยู่บ้านไม่ไปดีกว่า จึงทำให้บางทีอดดูหนังที่รอคอยมานานเพราะเหตุผลพวกนี้ก็มี

ถึงแม้จะไม่ได้ออกไปไหนแต่การนอนอยู่เฉย ๆ รอดูแค่ละครทางโทรทัศน์ก็ยังไง ๆ อยู่ ในปัจจุบันจึงมีแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้คนในยุคนี้โดยเฉพาะ นั่นก็คือ แอปพลิเคชันในการดูหนังนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายมาก ๆ ซึ่งแต่ละแอปฯก็ตอบโจทย์คนหลากหลายคนแล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหน มีทั้ง แอปฯ ดูการ์ตูน ดูหนัง ดูซีรี่ย์ และแอปพลิเคชันเหล่านี้ก็มีทั้งแบบดูฟรีและเสียเงินในการดู ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าถ้ามีดูฟรีเราจะเสียเงินดูแบบเสียเงินทำไม วันนี้เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างหนึ่งในแอปฯ ที่มีทั้งหนังทั้งซีรี่ย์ทั้งการ์ตูนและรายการอื่น ๆ รวมกันในแอปฯเดียวกันและที่สำคัญต้องเสียเงินรายเดือนเพื่อดูด้วย และเมื่อคุณอ่านจนจบคุณจะรู้ว่าทำไมถึงมีคนยอมเสียเงินเพื่อดูมัน และตัวอย่างของแอปฯที่กล่าวถึงนั่นก็คือ Netflixนั่นเอง โดยจะขอกล่าวก่อนเลยว่านี่เป็นแค่ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพเฉย ๆ ไม่ได้โฆษณาแต่อย่างใด

Netflix คือศูนย์รวมของความบันเทิงแบบครบวงจรเลยก็ว่าได้ เพราะในนั้นมีหนังทุกรูปแบบทั้งใหม่และเก่าและยังมีซีรี่ย์หลากหลายประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นซีรี่ย์ฝรั่ง ซึ่งพออ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะคิดว่าไม่ต่างอะไรกับแอปฯหรือเว็บไซต์ทั่วไป แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปเพราะสิ่งที่แตกต่างจากของทั่วไป คือ

1.ไม่ว่าเน็ตของคุณจะช้าเพียงใด Netflix จะแทบไม่กระตุกเลย เพราะจะปรับภาพให้เหมาะสมกับคุณภาพเน็ตของเรา

2.สามารถโหลดมาไว้ดูแบบออฟไลน์เมื่อคุณไม่มีเน็ตได้

3.ไม่มีโฆษณามาคั่นระหว่างดูให้เสียอารมณ์

4.และข้อสุดท้ายที่ทำให้คนต่างยอมเสียเงินแบบเต็มใจให้ Netflix ก็คือ หนังบางเรื่อง ซีรี่ย์บางซีรี่ย์ คุณไม่สามารถหาดูที่อื่นได้นอกจากใน Netflix เท่านั้น

เป็นไงกันบ้างเห็นตัวอย่างมัลติมีเดียในรูปแบบแอปพลิเคชันดูหนังกันหรือยัง ทีนี้คงรู้แล้วว่าทำไมจึงมีคนยอมจ่ายเงินเพื่อที่จะได้ดูมัน จนมีบางคนขนานนามให้มันว่ามันเกิดขึ้นมาเพื่อปฏิวัติวงการภาพยนตร์กันเลยทีเดียว

 

วิดีโอส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ของมัลติมีเดีย

หากจะพูดถึงสื่อที่เรียกว่ามัลติมีเดียแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดแทบไม่ได้เลยของสื่อประเภทนี้ก็คือ วิดีโอ เพราะการที่จะทำให้สิ่งที่คุณต้องการจะสื่อสมบูรณ์และครบถ้วนที่สุดแล้วล่ะก็ แค่ตัวอักษรหรือรูปนิ่งคงไม่พอ เพราะฉะนั้นวิดีโอจึงเป็นตัวเลือกหลัก ๆ ของสื่อประเภทมัลติมีเดีย เพราะในวิดีโอประกอบไปด้วยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง ตัวอักษร ภาพเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่ง เสียง ซึ่งทำให้วิดีโอกลายมาเป็นสื่อมัลติมีเดียหลัก ๆ ของคนที่ต้องการจะเสพสื่อ
ปัจจุบันวิดีโอเป็นมัลติมีเดียอันดับต้น ๆ ในการเลือกมาใช้งานหรือนำเสนองาน ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง ก็ใช้ตัววิดีโอเป็นตัวโปรโมทเพื่อให้แขกในงานได้รับชม ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาทั้งทางเว็บไซต์หรือแม้กระทั่งโทรทัศน์ก็เลือกนำเอาวิดีโอมานำเสนอ แล้วยิ่งสื่อสมัยนี้ที่ทุกคนเข้าถึงง่ายอย่างเช่น Youtube ก็ใช้วิดีโอในการนำเสนอทั้งสิ้น เห็นไหมว่าวิดีโอ เป็นสิ่งแรก ๆ ของมัลติมีเดียที่ผู้สร้างและรวมไปถึงผู้เสพเลือกเป็นอย่างแรก หากต้องการจะดูสื่อหนึ่งสื่อก็ว่าได้ หากย้อนไปสมัยแต่ก่อนที่สื่อมีเพียงรูปภาพและตัวอักษรเช่นในหนังสือ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อประเภทนี้เข้าถึงแค่คนบางประเภทเท่านั้น ถ้าคุณไม่ได้เรียนหนังสือมาแน่นอนคุณอ่านไม่ออกแน่ และสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือ ถ้าหากคุณตาบอดล่ะ คุณแทบจะไม่มีทางเสพสื่อประเภทหนังสือได้ ถ้าหากไม่มีอักษรเบรลล์ เพราะฉะนั้นสื่อประเภทวิดีโอจึงสามารถเข้าถึงคนทุกประเภทได้ เพราะหากคุณตาบอดคุณก็ยังได้ยินเสียง หรือถ้าคุณหูหนวกคุณก็ยังมองเห็น และถ้าหากคุณเป็นคนปกติแล้วล่ะก็การเสพสื่อประเภทวิดีโอยิ่งเพิ่มอรรถรสในการรับชมให้คุณได้เยอะเลย
เอาล่ะเมื่อเรารู้แล้วว่าวิดีโอมีประโยชน์ขนาดนี้เราจะมาดูกันว่ามันเข้ามามีบทบาทกับวงการใดบ้าง เริ่มด้วยวงการที่ทุกคนน่าจะรู้กันดี นั่นก็คือวงการภาพยนตร์และละคร ซึ่งแน่นอนสื่อประเภทนี้ต้องเป็นภาพเคลื่อนไหวและมีแสงสีเสียงอยู่แล้ว เพราะถ้าหากภาพยนตร์เป็นภาพนิ่งแล้วมีตัวหนังสือให้อ่าน แน่นอนว่ามันคงไม่ต่างอะไรกับการอ่านหนังสือ คนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินเพื่อมาดูมันหรอกจริงไหม
ต่อมาคือวงการโฆษณาอย่างที่เกริ่นไปข้างต้นแล้ว การโฆษณาที่จะเข้าถึงผู้คนและให้คนที่ดูรู้สึกและมีอารมณ์ร่วมมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นวิดีโอ ต่อมาคือวงการข่าวซึ่งแต่ก่อนมีแค่อ่านตามหนังสือพิมพ์ที่มีภาพและตัวอักษร ซึ่งเวลาเราเสพเราก็จะแค่รับรู้แต่ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมมากนัก
และวงการสุดท้ายที่จะยกตัวอย่างในวันนี้คือโซเชียลมีเดีย ซึ่งแต่ก่อนมีแค่ข้อความและรูปภาพ แต่ต่อมาได้นำ วิดีโอ เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นจะเห็นได้จาก Facebook ที่เดี๋ยวนี้มีแยกหมวดหมู่ให้เราสามารถเลือกดูแต่วิดีโอได้ก็มี
จริง ๆ แล้วสื่อประเภทวิดีโอมีอยู่หลายวงการมาก ๆ นี่เป็นแค่ตัวอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ยกมาพอให้เห็นภาพ คุณผู้อ่านเห็นมั้ยล่ะว่ามัลติมีเดียประเภทวิดีโอนี้ ณ ปัจจุบัน กลายมาเป็นสื่อที่คนเลือกเสพเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว

Google เส้นเลือดใหญ่ที่ขาดไม่ได้ของคนในยุคปัจจุบัน

ยุคปัจจุบันนี้คือยุคของข้อมูลข่าวสาร ซึ่งไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดบนโลกคุณก็สามารถรู้ข่าวสารของอีกซีกโลกหนึ่งได้เพียงแค่คลิกเดียว ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนมาก หากเราต้องการรู้ข่าวสารอะไรหรือต้องการติดต่อกับใครเราอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ กว่าจะติดต่อคนคนนั้นหรือรับรู้ข่าวนั้น ๆ ได้ ซึ่งแตกต่างกันกับยุคนี้อย่างสิ้นเชิงซึ่งเราสามารถรับรู้ข่าวสารได้หลากหลายสื่อ และวันนี้เราจะไปทำความรู้จักกันกับสื่อรูปแบบหนึ่งที่อยู่ในรูปของมัลติมีเดีย ซึ่งมีทั้งตัวอักษร ภาพ เสียง รูป คลิป เรียกได้ว่าเป็นสื่อที่มีความสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว เพราะมีการนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดียที่น่าสนใจอีกทั้งยังมีความรวดเร็วของข้อมูลข่าวสาร แถมยังสะดวกสบายในการเข้าถึงอีกด้วยขอแค่คุณมีอินเตอร์เน็ต

อยากรู้อะไรให้ถามอากู๋ ประโยคนี้เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินแม้ว่าคุณจะไม่มีเชื้อจีน แต่ทุกคนมีคุณอาที่ประสิทธิประสาทวิชาคนเดียวกันนั่นก็คือ คุณอากู๋ หรือ Google นั่นเอง ไม่ว่าคุณอยากจะรู้อะไรทั้งเรื่องดีไม่ดีมีสาระหรือไม่มีสาระก็ตาม Google สามารถให้คำตอบคุณได้แทบทุกสิ่ง และด้วยความสามารถที่รอบรู้ทุกอย่างยิ่งกว่าอาจารย์ปริญญาเอกของฮาร์วาร์ดนี้แล้ว Google ยังเป็นสื่อมัลติมีเดียที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครทั้งทางด้านรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่ดูดี อีกทั้งการนำเสนอที่น่าสนใจเมื่อคุณเสิร์ชหาข้อมูลแล้ว เจ้า Google จะจัดเรียงข้อมูลที่คุณสนใจออกมาเป็นหมวดหมู่ โดยเริ่มจากสิ่งที่คนค้นหามากที่สุดมาเป็นลำดับแรกก่อนและก็ค่อย ๆ เรียงลงมาตามลำดับการเข้าชมของเว็บไซต์นั้น ๆ และที่สำคัญรูปลักษณ์การนำเสนอของมันยังมาในรูปแบบที่สวยงาม แตกต่างจากเสิร์ชเอนจินเจ้าอื่นอย่างมาก

ถ้าเราจะพูดให้เห็นภาพว่า Google ดีกว่าเจ้าอื่นยังไง คงต้องแยกออกมาเป็นข้อ ๆ ว่า

1.รวดเร็วในการค้นหา

2.สะดวกต่อการใช้งานมากกว่าเจ้าอื่น

3.เนื้อหาที่ค้นหามีความครอบคลุมมากกว่า

4.มีการจำแนกหมวดหมู่อย่างชัดเจนว่าคุณต้องการค้นหาอะไร เช่น ต้องการค้นรูป ดูวิดีโอ หรือต้องการเข้าเว็บไซต์ เป็นต้น และที่สำคัญ Google รองรับภาษาแทบทุกภาษาเลยทีเดียว

นอกจาก Google จะให้บริการด้านการค้นหาแล้ว Google ยังให้บริการด้านอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น Google Drive ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลแบบออนไลน์โดยไม่ต้องเปลืองพื้นที่บนคอมพิวเตอร์ของคุณ

Google Translate ซึ่งเป็นตัวแปลภาษาทำหน้าที่เหมือนกันกับ ดิกชันนารี

Google Map ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือน GPS นำทาง

Google Earth ที่สามารถให้คุณดูแผนที่โลกได้แบบ 3 มิติ เรียกได้ว่าส่องเห็นหลังคาบ้านของคุณเลยทีเดียว เอาล่ะพอแค่นี้เถอะเพราะถ้าไล่จริง ๆ Google ทำหลายอย่างมาก

ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมหัวข้อของเราจึงบอกว่ามันคือมัลติมีเดียที่เราขาดไม่ได้ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของเราเลยทีเดียว มันเป็นสิ่งที่มาคู่กับอินเตอร์เน็ตเลยก็ว่าได้เพราะทุกครั้งที่เราใช้งานอินเตอร์เน็ต Google คือหน้าต่างบานแรกที่เราเข้าก่อนที่จะค้นหาเว็บไซต์อื่นต่อไป

รูปภาพส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในมัลติมีเดีย

หากวันหยุดนี้เราได้ไปพักผ่อนสมองปล่อยใจ ปล่อยกาย ไปกับทะเลหรือภูเขาก็คงดี เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงคิดอย่างนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยเรียนหรือวัยทำงานก็ล้วนแล้วแต่เจอเรื่องหนัก ๆ มาไม่แพ้กัน ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาก็คงเรียนหนักถ้าเป็นวัยทำงานก็คงทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาได้พัก พอถึงวันหยุดทั้งทีก็คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่า การได้ออกเดินทางไปเจอสิ่งใหม่ ๆ สถานที่ใหม่ ๆ ผู้คนใหม่ ๆ โดยมีแค่เป้หนึ่งใบ กล้องคล้องคอ และเงินในกระเป๋าอีกนิดหน่อย เอาล่ะถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย

เมื่อเราออกเดินทางเราก็มักจะพบเจอสิ่งต่าง ๆ ที่แปลกใหม่เสมอและแน่นอนเราทุกคนเมื่อเจอสิ่งสวย ๆ งาม ๆ เมื่อเรารับรู้มันผ่านเลนส์ตาเราแล้วก็คงหนีไม่พ้นการที่หยิบกล้องขึ้นมาแชะภาพงาม ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำดี ๆ หรือแม้แต่เอามาโพสลงโซเชียลเพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ชีวิตเก๋ ๆ ซึ่งเป็นการแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ของเรา หรือแม้แต่การนำภาพที่เราถ่ายมาเขียนเป็นบทความดี ๆ สักหนึ่งบทและนำภาพมาเป็นส่วนประกอบของบทความ ก็จะยิ่งทำให้บทความนั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธว่า รูปภาพ คือส่วนประกอบสำคัญของมัลติมีเดียเป็นอย่างมากเนื่องจากมัลติมีเดียจะมีความสมบูรณ์ได้นั้นนอกจากจะประกอบไปด้วยเนื้อหาดี ๆ ตัวอักษรสวย ๆ แล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือรูปภาพสวย ๆ สักรูปนั่นเอง

เอาล่ะเดี๋ยวเราจะมาทำความเข้าใจกันว่ารูปภาพนั้นมีความสำคัญอย่างไรกับมัลติมีเดีย คุณเองคงเคยได้ยินมาแล้วว่าหากต้องการอ่านหนังสือให้เข้าใจนอกจากจะสรุปใจความสำคัญออกมาเป็นแบบย่อแล้วสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันที่จะสามารถให้คุณจดจำได้ดีคือ การทำ mind mapping ซึ่งก็คือการนำเนื้อหาต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในรูปแบบของรูปภาพเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำมากขึ้นนั่นเอง เพราะจากการวิจัยพบว่า มนุษย์เราจะสามารถจดจำได้ดีหากมีภาพหรือสีสันเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง ทีนี้คุณคงเห็นแล้วสิว่ารูปภาพนั้นมีความสำคัญขนาดไหน คราวนี้มาที่มัลติมีเดียกันบ้าง อย่างที่บอกในข้างต้นว่าการมีรูปภาพช่วยเพิ่มความน่าสนใจเมื่อรูปภาพถูกนำมาใส่ในรูปแบบของมัลติมีเดีย จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันคือความลงตัวจริงๆ การที่มัลติมีเดียมีแค่ข้อความ ถึงแม้ว่าข้อความนั้นจะมีรูปแบบอักษรที่สวยงาม มีสีสันที่สดใส จริงอยู่ว่ามันมีความน่าสนใจ แต่จะดีกว่าไหมถ้าในมัลติมีเดียนั้นมีรูปภาพเข้ามาด้วย

รูปภาพไม่ได้เพียงแค่สำคัญกับงานประเภทมัลติมีเดียเท่านั้น แต่แทบทุกอย่างที่เป็นงานศิลปะรูปภาพล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ เพราะรูปภาพเองเป็นการสื่อสารในรูปแบบหนึ่งที่ไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ มาอธิบายแต่เราก็สามารถเข้าใจความหมายของมันได้ซึ่งเราจะเคยเห็นตามภาพวาดงานศิลป์ต่าง ๆ ซึ่งแทบไม่มีคำบรรยายเลยว่าภาพนั้นคืออะไรแต่เราก็สามารถเข้าใจความหมายของภาพนั้น ๆ ได้ พออ่านมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านก็คงจะเข้าใจถึงความสำคัญของรูปภาพแล้วไม่มากก็น้อย ถ้ายังไม่เห็นภาพว่ารูปภาพเป็นส่วนประกอบสำคัญของมัลติมีเดียยังไงคุณผู้อ่านลองมองว่ามัลติมีเดียคือกาแฟหนึ่งแก้วตัวอักษรคือตัวกาแฟส่วนรูปภาพคือครีมเทียมและน้ำตาลเห็นหรือยังว่ามันขาดกันไม่ได้จริง ๆ เว้นเสียแต่ว่าคุณผู้อ่านจะชอบกาแฟดำ